pongta's profile~~ ChoU PonG ThE YaO ~~PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    April 30

    ส่งโทรเลข ถึงโอลิมปิก

    วันนี้(29)เป็นวันรองสุดท้ายของการส่งโทรเลข เราก็แน่นอนไม่มีพลาด
    เพราะเรามีไปรษณีย์เป็นของตัวเองอยู่ใต้แบงค์  ไปขอใบเขียนส่งตั้งแต่วันศุกร์
    เอากลับไปคิดข้อความ  ผ่านไปห้าวัน คิดไม่ออกเลย ยากโคตร 
    จำได้ว่าตอนป.หก เคยเรียนวิชาจดหมาย ครูสอนว่าเวลาส่งโทรเลขข้อความต้องสั้น กระชับ ได้ใจความ
    เพราะอย่างนี้คิดจนสมองแตกก็ไม่ได้ข้อความดั่งใจ แต่สุดท้ายก็ตัดใจเขียนไป
    โทรเลขสี่ฉบับ เขาคิดค่าส่งคำละบาททั้งหมดราคาร้อยห้าบาท
    ส่งให้มนุษย์ทดลองสี่คนพร้อมข้อความที่คิดว่าอยากมอบให้
    เราว่าคนเคาะโทรเลขคงนั่งเคาะไปขำไปกะข้อความของแต่ละคนแน่เลย
     
    วันนี้อ่านเพลงรักประกอบชีวิตของคุณนิ้วกลม เขาเขียนถึงสมัยที่เขาจีบคุณเครื่องบิน(ดันเป็นรุ่นพี่คณะเราซะด้วย)ผ่านเพจ
    คุณนิ้วกลมบอกว่า ข้อความจากหมา(คุณนิ้วกลม)ที่ส่งผ่านเพจมันจะเป็นข้อความที่ผ่านการขบคิดมาอย่างยากเย็น
    ในขณะเดียวกันข้อความธรรมดาๆของเครื่องบินแทบจะไม่ต้องกลั่นกรองให้มากความ
    แต่เมื่อมันไหลผ่านเครื่องเพจของหมา  มันก็พิเศษมากๆแล้ว เออ........จริง ถูก ใช่เลย
     
    ไม่ว่าจะเป็นข้อความง่ายๆผ่านโปสการ์ด sms email จดหมาย โทรเลข pm comment และอื่นๆอีกมากมาย
    ทั้งหมดถูกส่งโดยผ่านการขบคิดมาอย่างยากเย็นทั้งนั้น และมันคงจะดีถ้าคนอ่านรู้สึกว่ามัน...พิเศษ...เช่นกัน
     
    เนื่องจากวันที่1 may เป็นวันแรงงาน และเจี๋ยจะมีคอนเสิร์ตที่ปักกิ่ง เป็นคอนนับถอยหลัง100วันโอลิมปิก
    เจี๋ยบอกว่างานนี้พิเศษมากๆ ดังนั้นจึงขอนำเพลง千山万水 เพลงที่เจี๋ยกับน้าฟางแต่งเพื่อส่งเข้าประกวดเพลงโอลิมปิก
    มาลงไว้ด้วย จากคุณtokei 千山万水 หรือพันขุนเขาหมื่นธารา(ชื่อยังกับหนังจีน) มีความหมายถึงอุปสรรคที่เราต้องช่วยกันฟันฝ่า
    http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tokei&group=3 กะจะเขียนเรื่องโทรเลขไงเข้าเรื่องเจี๋ยซะงั้น
     
    C6414875-2
     
    千山万水  无数黑夜  等一轮明月
    梦的边陲风吹不灭   从不感疲惫
    东方无愧 第一是谁 让我们  追求完美
     
        
     
    April 23

    นอยด์

     
    เมื่อวาน เกิดปาฏิหาริย์ ในที่ทำงาน  เราผิดเอง แต่ทุกอย่างก็คลี่คลายไปได้ด้วยดี
    แต่อาการนอยด์แอบฝั่งตัวอยู่ลึกๆ เล่าให้เบนซ์ฟัง เบนซ์บอกว่า โชคดีสุดๆแล้ว
    เลยโทรหาคุณขวัญใจ ไม่รับ...เป็นเรื่องปกติ
    โทรหาฟู  ไม่รับ..อืม ไม่เป็นไร 
    โทรหาเติ้ล มันรับ...แต่มันติดอีกสาย
    สักพักเติ้ลโทรกลับ เล่าให้เติ้ลฟัง เติ้ลบอกว่า อืมเท่านี้เองเหรอ
    เออ ดี ดี ไม่ค่อยนอยด์ เชื่อเติ้ล เชื่อเติ้ล แต่เติ้ลมีสายเข้าขอวางก่อน
    เติ้ลบอกว่าเดี๋ยวโทรกลับ เราเลยว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องแล้ว
    ดู hotel rwanda ฟูโกะโทรมาบอกว่าไปดูหนังกะโบกะเมล
    อ้าว แอบนอยด์ ดันไม่ชวนเรา เลยบอกฟูว่าขอไปดูหนังก่อน
     
    วันนี้ ตอนเย็นฝนตกหนักโคตรรร เลยลองโทรหาคุณขวัญใจ
    มันรับ เย้ คุยกันไม่นาน สายหลุด โอ้ยยยยยยย....นอยด์
    ยังไม่ได้เล่าเรื่องความผิดที่ก่อไว้เลย จะรีบหลุดไปไหนวะเนี้ย
    ลองโทรหาฟู เพราะตอนเช้ามันโทรมาไม่ค่อยได้คุยเพราะดันทำคอมเจ๊งอยู่
    โอ้ สวรรค์เบี่ยง มันต้องรอดูสวรรค์เบี่ยงคุยได้แป๊บเดียว
    ฟังมันพูด พูด พูด แล้วฟูก็ลาไปดูสวรรค์เบี่ยง แต่ตูดันนอยด์ต่อ
    อ้าว งั้นโทรหาคุณขวัญใจอีกที มันรับ เลยชิงถามไปก่อนว่า
    มึงต้องดูสวรรค์เบี่ยงหรือเปล่า มันบอกว่า ไม่ได้ดูแต่กูกินข้าวอยู่
    เออ มึงไปกินข้าวเลยไป แม่งงงงงงงงง นอยด์ นอยด์ นอยด์
    กลับบ้านไม่ทันดูเส้นทางสายไหมในTPBSอีก โอ้ย อะไรกันวะเนี้ย
     
    ทีหลังมึงไม่ต้องมาเข้าฝันกูเลยนะ แม่งงงง มาทักว่า ดูมึงสบายดีเนอะ
    เรื่องนอยด์เต็มไปหมด นอยด์ จงไป นอยด์ จงไป นอยด์ จงไป
     
    เมื่อวานลองคิดเล่นๆ ปีนี้เจอเจี๋ยมากกว่าคุณขวัญใจอีก 555+ แม่งนอยด์ 
     
    C6429249-1
    April 21

    the road to 杰 ตอนที่3 ไปมาเก๊าแบบเก๋าเก๋า

    ถ้านับแล้วก็เป็นครั้งที่สามที่ได้ไปเดินเล่นในมาเก๊า แต่เป็นครั้งแรกที่ได้ดูนั่นนี่นู่นได้อย่างเต็มอิ่ม ไปเองมันก็ดีอย่างนี้ วางแผนเองเวลาเยอะดี ค่อยๆไปค่อยๆเดิน ยังไงก็กำหนดเองได้ ศึกษาข้อมูลจากพันทิบมาพอสมควร รวมกับที่อ่านบนเครื่องบิน ก็พอกำหนดเส้นทางได้แบบคร่าวๆมาก อีกอย่างที่อยากจะบอกคือพอไปถึงให้หยิบแผนที่ใหญ่ๆติดตัวไว้ เพราะมันดูง่ายกว่าหนังสือที่ได้จากการท่องเที่ยวมาเก๊าเยอะเลย
     
    วันแรก เดินขาลากผ่านมรดกโลก
    เข้าไปเก็บของในโรงแรม เริ่มต้นเส้นทางจากป้ายรถเมล์แถวๆโรงแรม รอรถเมล์ไปcoloaneนานมากเลยเปลี่ยนเส้นทางข้ามไปมาเก๊าแทน นั่งรถสายไหนจำไม่ได้ แต่เป็นสายจากtaipaไปสุดที่barra (วัดอาม่า) เป็นสายที่อ้อมสุดๆแต่ได้ทัวร์ทั่วมาเก๊าแน่นอน  ไปแรกๆพยายามดูเส่นที่รถเมล์วิ่งเทียบกับแผนที่งงสุดขีด เพราะมองไปทางไหนก็เจอตึกเหมือนกันหมด  พอกะได้คร่าวๆ ลงรถไปกินข้าวกันก่อน เข้าไปมั่วๆร้านเขียวๆได้อาหารหน้าตาแปลกมา เขาเรียกว่าอาหารแมคกานีส เป็นข้าวอบอะไรซักหนึ่ง อร่อยดี กินเสร็จก็เดินไปวัดอาม่า ไหว้อาม่าขอพรให้ได้ดูคอนเจี๋ย เสร็จก็เดินตามเส้นทางการเดินชมมรดกโลกในมาเก๊า โดยเดินขึ้นเขาไปโบสถ์ penha ดูวิว ถ่ายรูป เสียดายที่มันเหมือนมีหมอกตลอดเวลา เลยได้หอคอยกะสะพานมาแบบมัวๆ หลังจากนั้นก็หาทางเดินลงเขามุ่งหน้าสู่ lilau square เดินไปเจอสวนเล็กๆอะใช่เลย เดินไปอีกนิดก็เป็นโบสถ์st. lawrenceรู้สึกว่ามันจะปิด อดดูไปT-T  แวะพักกินน้ำกันแป๊บก็เดินต่อ ถ้ากลัวจะหลงนอกจากแผนที่แล้วจะมีป้ายสีน้ำเงินบอกตลอดทางว่าไปอะไรยังไงบ้าง ก็เกาะป้ายไปได้เรื่อยๆจนมาถึง กลุ่มมรดกโลกได้แก่ โบสถ์st.augustine โรงละครdom pedro5 ห้องสมุด โบสถ์st. joseph ทุกอย่างอยู่ติดกันและตรงข้ามกัน เสียดายที่บางที่ก็ปิด (วันที่ไปดันเป็นวันหยุดพอดี อดไป)  
     
    เดินต่อดันหลงด้วย ไปไปมามาก็โผล่ที่ senado square เดินถ่ายรูปโบสถ์st.dominic, cathedral, บ้านlou kau จนใกล้ค่ำรอเวลา กางขาตั้งกล้องเริ่มต้นถ่ายภาพยามค่ำคืนอย่างที่ตั้งใจไว้ จาก st.paul,วัดna tcha, house of mercy, senado square  ที่st.paulถ่ายกลับไปมองเห็นตึก grand lisboa ด้วย แต่หมอกก็ยังเยอะอยู่ดี น่าเสียดายจริงๆ
    เสร็จก็หาทางไปที่รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ขึ้นรถเมล์จากแถวlisboaไป ระหว่างที่รอก็เก็บภาพแสงสีไปด้วย นั่งรถไปนิดเดียวก็ถึง เก็บภาพเจ้าแม่กวนอิมยามค่ำคืน สวยกว่าที่เคยเห็นคราวก่อนมากๆ มองข้างซ้ายจะเป็นสะพานมิตรภาพ มองขวาจะเป็นสะพานไปไทปา แล้วก็เดินกลับ ไม่ไกลเลยรู้งี้เดินมาก็ดี ผ่านตึกคาสิโนทั้ง wynnn emperor sand lisboa grandlisboa เยอะไปหมด คราวนี้ท้องเริ่มหิวก็ได้ที่กินคือ ร้านโจ๊กที่senado squareนั่นเอง อร่อยดีละเอียดดีชอบชอบ แล้วก็ขึ้นรถเมล์กลับบ้านที่ฝั่งไทปา ข้ามสะพานมาดันลงรถก่อนเพราะกลัวหลง คราวนี้เดินงงๆดีที่ไปถามทางตำรวจ เลยกลับบ้านอย่างปลอดภัย แถวโรงแรมมีsupermarketเยอะเลย ปิดประมาณตีหนึ่ง ไม่ต้องกลัวหิว พอถึงห้องเมื่อยโคตร ถึงแต่ละที่อยู่ไม่ไกลในระยะเดินถึง แต่ก็เดินกันขาลากเลยทีเดียว  
     

    acim

    วันที่สอง วันที่มีแดดวันที่มีเจี๋ย
    เริ่มวันที่สองด้วยการไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่วัดยอดฮิตของคนไทย เป้าหมายต่อไปอยู่ที่ป้อมเกีย เดินไปพอประมาณถึงสวนสาธารณะ เสียตังค์แปดบาทขึ้นกระเช้าไปยอดเขา เดินต่อนิดหน่อยถึงประภาคารกับโบสถ์ เดินวนโง่หนึ่งรอบถึงจะหาทางเข้าเจอ เข้าไปถ่ายรูปในโบสถ์สวยมากเป็นภาพเขียนสี สวยจริงๆ แล้วก็เดินลงมาขึ้นรถเมล์ไปต่อรถที่senado square พอมาถึงเจอทัพนักเรียนที่เพิ่งเลิก แบงค์เก็บภาพเด็กๆ  แล้วก็เดินหาป้ายรถเมล์ไปcoloane ซึ่งเป็นที่ที่เราอยากไปมากที่สุดในมาเก๊า เราเคยเห็นจากตอนท้ายของละครเกาหลีเจ้าหญิงวุ่นวาย เราไม่ได้ชอบละครเท่าไร แต่ครั้งแรกที่เห็นในละครก็คิดเลยว่าต้องไปที่นี่ให้ได้ กว่ารถเมล์จะมารอจนเหงก แถมคนเยอะมากยืนไปเกือบตลอดทาง ถึงหมู่บ้านcoloaneจะเจอร้านทาร์ตไข่ในตำนานพันทิบ เราก็เดินเล่นก่อน ถนน โบสถ์ วัดจีน ห้องสมุด สวยดี สวยแบบดูได้เรื่อยๆแบบเทาๆ เพราะท้องฟ้าเป็นสีเทา นั่งเรื่อยๆได้สักพักก็ไปหาอะไรกินในร้าน lord stow's bakery สั่งมันอบ กับทาร์ตไข่มาแบ่งกันกิน อร่อยโคตร เสร็จก็ออกเดินทางไปvenetianไปผจญชะตากรรม ตามที่ได้เล่าไปแล้วในตอนที่สอง ขากลับเดินกลับจาก venetian ถึงบ้านอย่างปลอดภัย สมแล้วที่เป็นเมือง24ชม.

    acdoc

    วันที่สาม วันจ่าย
    เริ่มวันที่สามด้วยการนั่งรถอ้อมโลกไปขอบคุณอาม่าที่วัด ขอบคุณที่อาม่าช่วยให้เรากะแบงค์ได้ดูเจี๋ย แล้วก็ออกซื้อของฝาก ช๊อปที่senado square เพราะที่ผ่านๆมาไม่ได้ใช้ตังค์ต้องเก็บเอาไว้ซื้อตั๋วคอนเจี๋ย พอวันสุดท้ายเลยจัดการแบ่งเงินกันให้เรียบร้อย แบงค์เป็นสุดยอดเจ้าพ่อของฝากจริงๆ มันห่วงซื้อให้คนนั้น คนนี้ คนนู่น ส่วนเราก็ซื้ออย่างเดียวกะของเล่นหลาน เดินวนไปวนมาจวนได้เวลาก็นั่งรถเมล์กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมแล้วก็นั่งtaxiไปสนามบิน จบสมบูรณ์
     
    เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกะการไปมาเกีาเลย แต่ขอเขียนนิดนึงเถอะ เมื่อคืนฝันเห็นคุณขวัญใจ(oh มันไม่ได้เข้าฝันมานานชาติแล้ว) ฝันว่าเจอกันแล้วก็ทักกัน แล้วมันก็พูดว่า ดูแกสบายดีมากเลยเนอะ ประมาณเนี้ย ดีใจโคตรรรรรรรรรร (แค่ฝันนะเนี้ย -*-)
     
     

    April 16

    the road to 杰 ตอนที่2 หัวอกโอ๋เล็ก

    เว้นจากตอนแรกไปนานเลย เพราะดันนั่งคิดอยู่นาน มาต่อกันดีกว่าเนอะ  ก็อย่างที่ทิ้งท้ายไว้ว่า พี่ปูเปิดไพ่ให้บอกว่า จะได้เดินทางแถมเป็นการเดินทางแบบทุกขลาภซะด้วย  โปรดอย่าชะล่าใจไป เพราะตอนที่เขียนตอนแรก ทุกข์ยังไม่ปรากฎ  จากนั้นสองสามวัน เจอเลย ของจริงมาเลยทีเดียว  อย่างที่เบนซ์บอกเลยว่า แทบจะเอาตรีนนนนอนก่ายหน้าผากคิดกันเลยทีเดียว
     
    การเดินทางสู่มาเก๊าเพื่อโชว์เก๋าด้วยการไปดูคอนเจี๋ยของเรากะแบงค์นั้น มันเกิดจากกระดาษfaxใบเดียวจริงๆ  เมื่อตกลงจะไปแล้ว ก็จัดการจองกะที่พัก ตั่วเครื่องบินกะคุณลุง GSMทัวร์ ที่รับปากมั่นเหมาะว่าหาตั๋วได้ชัวร์  จริงแล้วก็แอบคิดหวั่นๆเหมือนกันแฮะ ว่าคุณลุงGSMจะหาได้จริงเหรอ เพราะลองดูในnetมันขายหมดไปแล้ว แล้วไอ้ที่หวั่นมันก็หลอนมาเลย แบงค์โทรมาบอกว่า ลุงGSMไม่มีตั๋วเจี๋ย มีทุกอย่างยกเว้นตั๋วเจี๋ย 555+ .......อยากจะบ้า.........คุยอยู่นาน ลุงเสนอofferล้านแปด  ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันเลย รู้แต่ว่างานนี้ต้องช่วยเหลือตัวเอง เราเลยตกลงว่าจะเสี่ยงไปหาตั๋วเจี๋ยหน้างาน  แบงค์เลยต้องปวดหัวร่างสัญญาบ้าๆขึ้นมาหนึ่งแผ่น พอเอาไว้เป็นหลักประกันอะไรบ้าง ตกดึกคิดไม่ออกเลยลองโทรหาปีย์ ปีย์ก็บอกว่ามันเสี่ยงไปมั้ย ตั๋วหน้างานแพงมากนะ เดี๋ยวลองถามเพื่อนของเพื่อนอีกที(ซึ่งสุดท้ายก็ช่วยอะไรไม่ได้) อีกอย่างตั๋วผีมันผิดกฎหมายนะ (อันนี้อะหลอนกันไป3วันเลยทีเดียว)  งานนี้เครียดมากกกกกถึงมากที่สุด ถึงกะต้องไปเสี่ยงเซียมซี ไหว้เจ้า ขอพร กันเลยทีเดียว  เหมือนกะเอาตัวเองมาเสี่ยงไม่พอ ดันเอาเพื่อนมาหารความเสี่ยงด้วยนี้ดิ เครียดโว้ย
     
    จะว่าไปลุงGSMก็แฟร์พอตัว คือ ทุกอย่างเปลี่ยนเป็นเงินได้ ตอนแรกบอกว่ามีcity tourครึ่งวัน (น่าสนใจที่จะได้ไปดูวิวบนmacau towerด้วย) แต่สุดท้ายก็ไม่มีให้ ให้เป็นเงินมาแทน ตั๋วเจี๋ยหาไม่ได้ก็ให้เงินมาแทน ตอนแรกบอกว่าจะยกเลิกก็ได้จะคืนเงินให้ ก็แฟร์ แต่มีอย่างเดียวคือ ความรู้สึกมันrefundเป็นเงินไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว คิดว่าอย่างน้อยได้ไปเที่ยวก็ยังดี
     
    แล้วก็ออกเดินทางสู่ มาเก๊า หรือ 澳门 กัน ไปแอร์เอเชียง่ายๆสบายๆ นั่งอ่านหาที่เที่ยวไปเรื่อยๆซักสองชั่วโมงกว่าๆก็ถึง ออกจากสนามบินขึ้นรถฟรีของvenetianไปตามหาbox office ตามที่ลุงGSMบอกก่อน(จริงแล้วก็รู้อยู่ว่าตั๋วมันsoldoutไปหมดแล้วง่า -"- )  เข้าไปในvenetianอยากจะบ้าเดินไปทุกๆห้าเมตรจะมีป้ายที่มีหน้าไอ้เจี๋ยแปะอยู่  เนี้ยถ้ามันเอาอีเจี๋ยไปแปะตรงโต๊ะที่เขาเล่นไพ่กันได้มันคงทำไปแล้ว พอไปถึงพี่สาวก็บอกว่า soldout ไปแล้ว แถมด้วยการยืนยันว่าการซื้อตั๋วผีหน้างานเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย (หลอนนนนนนนอีกละ) ในเมื่อทำอะไรไม่ได้จึงขอออกเดินทางท่องเที่ยวเมืองเก๋าเก๋าอย่างมาเก๊าเสียก่อน
     
    ระหว่างทางท่องเที่ยวในมาเก๊า ไอ้เจี๋ยมันก็ตามมาหลอนเรื่อยๆแบบกันเอง มาเป็นดีวีดีคอนที่เปิดตามร้านมั้ง เป็นชื่อเพลงมั้ง เป็นแซ่มันมั้ง หลอนเกิ๊น จนกระทั่งเหลืออีก7ชั่วโมงก่อนคอนเจี๋ย เรากะแบงค์ก็ไปvenetianเพื่อลองไปดูลาดเลา แล้วก็ลองหาตั๋วหน้างานด้วย พอไปถึงก็เห็นว่าป้ายอีเจี๋ยที่เห็นทุก5เมตรเมื่อวานถูกแปะด้วยคำว่า soldout   หน้าarenaที่เล่นคอนมีพวกแฟนคลับซักซ้อมเพลง รับเสื้อยืดทีม มีป้ายไฟ เตรียมความพร้อม โห อิจฉาวะ เราก็ไปลองถามๆ ก็ได้น้องน่ารักคนนึงมาเป็นเหยื่อ น้องมาจากฮ่องกงเป็นแฟนคลับเจี๋ยจาก www.jay2you.com  เรากะแบงค์ก็ยืนรอไปมองไป พอรู้สึกว่าไม่ไหวก็ขอถอนตัวไปถ่ายรูปคลองveniceให้หายเครียดกันพอประมาณ ระหว่างทางเราก็เอาไบปลิวหน้าเจี๋ยมาเขียนว่าneed ticket เผื่อว่าdemand กะ supply จะได้มาเจอกัน แต่ก็ยังไม่มีวี่แวว ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เหนื่อยก็เหนื่อย ใจก็เสีย ไม่ต้องหวังว่าลุงGSMจะส่งใครมาช่วย (ทั้งที่รับปากเป็นอย่างดีแต่เราก็ไม่ได้เชื่ออะไร) จนเราบอกแบงค์ว่าถ้าไม่ได้ดูเราก็ไม่เสียใจอะไรแล้วนะ เพราะเราทำทุกอย่างแล้ว
     
    กลับมายืนเครียดหน้าarenaต่อ ข้างในก็เริ่มsound check เราก็เริ่มประสาท แล้วเราก็เริ่มสังเกตว่ามีลุงสามคนชอบมองกะเดินตามพวกเรา เราก็เลยถามแบงค์ว่าคิดว่าเขาเป็นตำรวจหรือเปล่า ไม่งั้นเขาก็ต้องเป็นคนขายตั๋วแน่เลย (ไอ้ความคิดแบบนี้เราได้มากจากการดูinfernal affairsมากไป) เพราะว่าทั้งปีย์และพี่สาวboxofficeต่างก็อ้างอิงเรื่องตั๋วผีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย+คิดถึงคุกมาเก๊าที่เบนซ์พูด  ก็เลยมองกันอย่างระแวงๆ คิดไปเรื่อยว่าแอบมาหลอกจับตรูหรือเปล่าเนี้ย  ทันใดนั้นลุงเขาก็มาถามไอ้แบงค์ มันฟังdelayดันส่ายหัวไปซะก่อน เขาก็เลยถอย แต่แปลได้ว่าทำตั๋วหายเหรอ ส่วนเราพูดไม่ค่อยได้อาศัยจังหวะจ้องตาเขาเอา สักพักลุงอีกคนก็เข้ามาพูดว่าจะซื้อตั๋ว (พูดเหมือนจะสอนว่าต้องพูดยังไง) แบงค์talking dictเรามันก็งงๆ ส่ายหัวไปอีกที เขาก็ถอยอีกที
     
    สุดท้ายแล้ววววว เจ้าจีน เจ้าฝรั่งที่เราอุตส่าห์ไหว้ขอพร ระดมมาทั้งเกาะมาเก๊าก็ดลบันดาลให้พ่อtalking dictของเราได้ยินเขาพูดกันว่า ยังขายไม่ได้เลย(เป็นกวางตุ้งหรือไงเนี้ย) ก็เลยเดินเลี่ยงไปข้างๆ ไปหาลุงที่มาสอนพูดแล้วก็ระดมคำถามไปเลยว่า เป็นตำรวจหรือเปล่า (ต้องขอขอบคุณ infernal affairs)  แกบอกว่าไม่ใช่ แล้วก็ขำขำกัน เราก็เลยได้ตั๋วมาสองใบ ราคาต่ำกว่าที่คิด ดีใจโคตร กระโดดตัวลอยกันเลยทีเดียว แล้วก็วิ่งไปหาน้องฮ่องกงเพื่อจะเอาตั๋วมาเทียบดูว่าต่างกันมั้ย ก็โอเช น้องก็ดีใจด้วย ลุงเขาก็บอกว่าให้รีบเข้าไป ที่นี้ไม่ไก่กาแบบบ้านเรา มันมีเครื่องอ่านบาร์โคดที่ตั๋ว ของแบงค์ปิ๊ดผ่านเรียบร้อย ส่วนของเราต้องปิ๊ดไปสี่เครื่องหกรอบ กว่าจะเข้าได้ใจจะขาด 555+ เล่ามาไม่กี่บรรทัดแต่เรื่องจริงมันประมาณห้าชั่วโมง แล้วก็เป็นห้าชั่วโมงที่เข้าใจหัวอกโอ๋เล็กได้เป็นอย่างดียิ่ง
     
    ขอจบแค่นี้ก่อน ส่วนเรื่องเที่ยว กะเรื่องคอนขอเป็นตอนต่อไป แค่นี้ก็อ่านเหนื่อยกันจะแย่แล้ว 555+
     
    macaujay 013
     
     
     
     
     
     
    April 02

    เรื่องจริง

    เพลง  เรื่องจริง  boyd feat pod
    เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
    และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ
    เพื่อระบายทุกสิ่ง...ข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ

    ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
    เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

    (เป็น)กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
    (เป็น)กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

    (ว่า)ฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
    (แหละ)ฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
    มาก...มายจนข้างในต้องระบายออกมาให้เธอ...ได้ยิน

    ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
    เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
    เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงาม...ของชีวิต
    แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก...กันเลย

    ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
    เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่
     
    จากโฆษณาแคนนอน พอได้ยินต้องหยุดเพื่อตั้งใจฟังดีดี
    กล้องตัวแรกที่จับก็แคนนอน กล้องมรดกจากแม่ก็แคนนอน
    กล้องดิจิตอลที่ควักตังค์เองก็แคนนอน กล้องที่ฝากคุณขวัญใจซื้อก็แคนนอน
    ทั้งที่เคยคิดจะนอกใจหลายครั้งแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ซะที
    ยิ่งไปเจอศูนย์บริการแบบประเสริฐ ยิ่งนอกใจไม่ลง...จริงๆ
    ลองclickไปดูโฆษณา กะฟังเพลงได้ ตามlink
    หรือจะตามไปฟังเพลงแบบเต็มๆได้ที่  โหลดนานนิดนึง แต่ชัวร์
    April 01

    the road to 杰 ตอนที่1 สายใต้ใหม่กว่า

    เรื่องมันยาว นี่ขนาดของจริงยังไม่เริ่ม เลยคิดว่าเอามาเขียนย่อยๆลงก่อนดีกว่า
     
    เรื่องมันเริ่มจาก พี่เจี๊ยบส่งfaxใบนึงมาให้ เราก็ดูแล้วก็ คิดง่ายๆสั้นๆว่า..ไป..
    เอาไงดีอะ คิดถึงหน้าแบงค์ลอยมาเลย ทั้งที่รู้ว่ามันจะไปทะเล ก็โทรไปขายทัวร์มันซะงั้น
    พอแบงค์บอกว่าไป เรากลับกลัวขึ้นมาซะงั้น แบงค์ถามว่า 你怕什么?  เราก็ได้แต่ตอบว่า นั่นดิ
    จัดการจอง ไปไปมามา แบงค์เลยกลายเป็นคนติดต่อกะเขาเองซะงั้น งงงงกันไป
     
    ส่วนเราก็หาทางจัดการกะตั๋วรถทัวร์กะเครื่องบินที่จองไปทะเล
    ตั๋วรถเอาไปคืนได้ที่สายใต้ใหม่กว่า ใหม่ที่สุด โดนหัก10%
    ตัวเครื่องบินบอกขายเหม้ยไป เหม้ยก็ไปติดต่อหาเพื่อนมันมาซื้อต่อให้
    เราไปเอาตั๋วรถกะเมล ลองไปถามที่หมอชิต ตอบแบบไม่มีวิญญาณบริการเลยวุ้ย
    อ้าว...ซวยละ ต้องหาทางไปสายใต้ใหม่กว่า ให้ได้ ไปไงวะเนี้ย
     
    ไปไง เกิดมารู้จักแค่ บขส.ใหม่ บขส.เก่า ที่โคราช อาเขตที่เชียงใหม่ กะหมอชิตใหม่
    พิกัดของสายใต้ไม่ว่าจะเก่า ใหม่ หรือใหม่กว่า แทบไม่ต้องพูดถึง
    เลยเซนปิ่นไป ก็ยังกะคนละโลกแล้ว  หาข้อมูลในพันทิบ ถามพี่เจี๊ยบ ถามพี่เดช
    โอ กว่าจะเลิกงาน หลังทุ่ม กว่าจะไปถึงสายใต้ใหม่กว่า กว่าจะกลับบ้านที่ดอนเมือง
    it's impossible นะเฟ้ยยยย เอาวะ ลองไปดูไปมันมั่วๆเนี้ยละ พวกพี่ๆคงเห็นความตั้งใจ
    พี่ตี่เลยฝากเราไปกะพี่อุ วิ่งออกจากโต๊ะแทบไม่ทัน แต่รถติดโคตร หกโมงครึ่งแล้วยังอยู่หน้าแบงค์อยู่เลย
    ทุ่มแล้วยังไม่ถึงเยาวราขเลย ทุ่มกว่าถึงพาต้าแล้ว หารถต่อไปสายใต้ใหม่กว่า
    และแล้วก็ฝ่าฟันมาถึงสายใต้ใหม่กว่าได้อย่างงดงามตอนทุ่มห้าสิบ  ไปต่อแถวคืนตั๋ว คนเยอะมากกก
     
    วิธีการขอคืนตั๋วของรถ บขส. มีดังนี้
    1 ไปที่ที่คุณซื้อตั๋ว อย่าไปคิดว่าโลกมันออนไลน์ซื้อหรือคืนที่ไหนก็ได้ เพราะมันคนละกระเป๋าตังค์กัน
    2 ติดต่อเจ้าหน้าที่ เขาจะให้ใบมากรอก เราก็กรอกรายละเอียดเรา รายละเอียดตั๋ว ราคา
    3 ขอคืนโดนหัก10% เป็นกฎตายตัว เขาก็จะให้ตังค์เราคืนมา
    เป็นอันว่า วินาทีที่ได้ตังค์คืน รู้สึกว่า impossible is nothing ไปเลยอะ ใช่เวลาไม่ถึงสิบห้านาที
     
    ภารกิจต่อไปหาทางกลับบ้าน ข้ามสะพานลอยไป เจอรถเมล์สาย515 ไปอนุสาวรีย์
    นั่งแป๊บเดียวถึงละ ทำไมมันช่างง่ายดายอย่างนั้น สุดท้ายก็ถึงบ้านตอนสามทุ่มครึ่ง เร็วกว่าไปดูหนังเสียอีก
     
    อันนี้แค่ไปสายใต้ใหม่กว่านะเนี้ย เรื่องต่อจากนี้ไป 555 ยาวกว่านี้เยอะเลยยยยยยยยยย
    พี่ปูดูดวงให้ว่า การเดินทางงวดนี้เป็นทุกขลาภ ท่าจะไม่หนีไปจากนี้
    บอกพ่อแล้ว พ่อบอกว่าน่าจะให้แม่ไปด้วย บอกแม่ แม่ก็บอกว่าอยากไปด้วย
    555+ มันมีบ้านไหนที่เพี้ยนกว่านี้มั้ย 555+  ตอนนี้เหลืออีกสองด่านเท่านั้น
     
    C5846204-0