| pongta's profile~~ ChoU PonG ThE YaO ~~PhotosBlogLists | Help |
|
February 28 เอ่ยปากบอกว่า...พอดี ได้ฟังเรื่องอกหักของเพื่อนคนนึง ก็เลยรู้สึกว่าอยากเขียนเกี่ยวกับการเอ่ยปากบอกชอบใครซักคนขึ้นมา
พอดี ได้อ่านโตเกียวไม่มีขา หนังสือสมคำร่ำลือ อ่านไปได้แค่คำนำ ก็รู้สึกว่ามันเขียนได้ตรงใจเสียเหลือเกิน
คุณนิ้วกลมเขียนไว้ประมาณว่า เขาเลือกที่จะไปทำความชัดเจนกะหญิงสาวที่เขาพยายามบอกใบ้ความรักอยู่ห้าปี
ถึงคำตอบที่ได้มา จะเป็นคำปฏิเสธ สถานะที่พร่ามัว กลับชัดเจนจนหมดคำถาม
ความรู้สึกของคุณนิ้วกลมไม่ใช่ความเสียใจ แต่กลับรู้สึกดีใจที่ได้จัดการ'บางอย่าง'เสร็จสิ้นและไม่ต้องคาใจอีกต่อไป
"ใช่ อีกสี่สิบปี ผมจะไม่มานั่งย้อนถามตัวเองถึงเหตุการณ์ในวันนี้ เพราะผมได้คำตอบแล้ว"
เรา คิดว่า คนเราเมื่อรู้สึกดีกับใคร ก็ไม่ควรทำอะไรให้ซับซ้อนเกินไปนัก ชอบก็คือชอบ
เพียงแต่ว่า เราก็ควรกลั่นกรองและก็แน่ใจกับความรู้สึกของตัวเองในระดับนึงก่อน
เรา คิดว่า คนเราคิดยังไงก็พูดออกไปยังงั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราชอบเขา ก็บอกเขาไป ไม่สำคัญว่าเราจะเพศอะไร
เพียงแต่ว่า เราก็ควรจะคิดให้ดีก่อน รู้เรา-รู้เขา ตอนนี้เป็นยังไง ต่อไปเป็นยังไง รับผลที่จะเกิดได้มั้ย และอื่นๆอีกมากมาย
เรา เชื่อว่า การที่ผู้หญิงจะเอ่ยความรู้สึกออกไป มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร น่าจะมองไปที่ความกล้าต่างหาก
เพียงแต่ว่า ขอให้เข้าใจด้วยว่า เขาได้คิดมามากในระดับนึงแล้ว (อันนี้หมายถึงผู้หญิงที่มีสติอะ ไม่ใช่แบบน้องเชอรี่ในนางฟ้านะ)
เพราะเราคิดอย่างนี้ ผู้หญิงที่เราชอบมาก ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่พยายามไขว่คว้าคนที่ตัวเองรัก
อย่างยิ่นอิงอิงจากเดชคัมภีร์เทวดา หรืออย่างเตี๋ยวเมี่ยงแห่งดาบมังกรหยก ล่าสุดก็ลี่ฮั้วจากซิติงซาน (เขียนมาถึงนี้ได้ไงกัน -_-")
เราเลยอยากสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็น ผู้สนับสนุนการเอ่ยชอบของผู้หญิงอย่างเป็นทางการ (แต่ไม่ใช่ประเภทบอกรักแบบซี้ซั่วนะ) แต่เราก็เข้าใจนะว่าผู้หญิงควรจะสงวนท่าที เดี๋ยวนี้มันก็มีร้อยแปดวิธีกับตัวช่วย ที่จะทำให้มันเนียนๆหน่อยก็ได้
ใครที่บอกว่า คนที่ใช่มันก็ต้องใช่ เราก็คิดว่า ถูก ถ้ามันจะใช่เขาก็มาเอง เราก็คิดว่า มันแน่นอนอยู่แล้ว
เพียงแต่ถ้าเราคิดจะลองดูกับคนที่เราคิดว่าใช่สักครั้ง มันก็ไม่เสียหายอะไร
เพราะถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมา อย่างน้อยเราก็ได้ลองแล้ว ได้ทำแล้ว ไม่มีอะไรให้เสียดายอีกต่อไป
ถึงเราจะคิดว่าเขาใช่ แต่เขาไม่ได้คิดอย่างนั้น ก็แค่จังหวะมันไม่ตรงกัน ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะดันทุรังต่อไป
ทำไมเราถึงต้องเก็บความรู้สึกดีดีเอาไว้ในเมื่อเราเลือกที่จะแสดงออกไปได้(โดยผ่านการไตร่ตรองที่ดีเสียก่อน)
ทำไมเราถึงต้องมานั่งตั้งคำถาม ทั้งที่เราไม่เคยกล้าจะเอ่ยหาคำตอบ
ทำไมเราถึงต้องมานั่งเสียดาย หรือเสียใจที่ไม่เลือกทำอย่างนั้นอย่างนี้
บางเรื่องมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร สำคัญที่เรากล้าพอมั้ยที่จะทำ แล้วก็ยอมรับกับผลของมัน
เราลองทำแล้ว...ทั้งที่เราก็รู้คำตอบดี....ถึงยังไงทุกวันนี้เราก็ยังยืนยันว่าเรารู้สึกดีกับมันมากๆ
"ใช่ อีกสี่สิบปี ผมจะไม่มานั่งย้อนถามตัวเองถึงเหตุการณ์ในวันนี้ เพราะผมได้คำตอบแล้ว"
นอกเรื่อง...ไปดูอาเจย์อีกรอบ แบบพันธมิตรพากษ์ ยังฮาได้อีก ในเรื่องอาเจย์บอกรักนางเอกได้diaoมาก
เจี๋ยบอกนางเอกว่า สมัยเด็กชอบกินไอติมมาก แต่จนมากไม่มีปัญญาซื้อ มันก็เลยยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ไอติม
เพราะอย่างนี้ เจี๋ยมันก็เลยพูดออกไปว่า นางเอกก็เหมือนกับไอติม โอ้...diaoได้อีก เดี๋ยวลองเอาไปเล่นมั้งดีกว่า 555+
February 22 我是方世杰: ผมนี่แหละ ฟังซื่อเจี๋ยวันนี้วันหยุด ถือโอกาสเข้าโรงหนังเก็บเรื่องที่ไม่มีโอกาส เพราะรอบไม่อำนวยกับเวลางาน
นัดกับเบนซ์ไปดู koi sora: the sky of love ที่สยาม โรงเบ้อเริ่ม เบนซ์บอกว่าได้อารมณ์เฉลิมวัฒนาแถวบ้าน
ข้างหน้าก็ญี่ปุ่น ข้างหลังก็ญี่ปุ่น ข้างๆก็ญี่ปุ่น หนังญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นก็เพียบ นึกไปว่าอยู่ญี่ปุ่นกัน555+
หนังรักเด็กมัธยม ใสใสตั้งใจเรียกน้ำตา ตอนจบทำเอาใจหายเหมือนกันแฮะ
fighting alone, thinking of you เป็นประโยคที่หลุดจากปากเพื่อนพระเอก
ตอนที่บอกความจริงนางเอก คิดตามก็เศร้าเหงาแต่สู้มากเลยแฮะ
เจอหนังอย่างนี้ทีไร คนที่กำลังจะไปมักจะะบอกให้คนที่อยู่ต่อว่า ...ให้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง(ปกติ)...
คราวcrying out for love in the centre of the world ก็ทีแล้ว
อันนี้ก็มาอีกละ รู้มั้ยว่าไอ้ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งหรือปกติเนี้ย มันยากนะเฟ้ย
ส่วนเบนซ์ก็เสียน้ำตาให้คุณยูไป 555+
อีกเรื่องที่ดูก็....kung fu dunk.... ชื่อไทยมันอะไรนะ ศึกบาสทะยานฟ้า (ประมาณเนี้ย)
หนังมันก็เว่อร์ๆโม้ๆหน่อย เด็กน้อยถูกทิ้งไว้ข้างสนามบาส สำนักกังฟูเอามาเลี้ยง
พอโดนไล่ออกจากสำนักก็มีคนสนับสนุนให้ไปเป็นนักบาสมหาลัยสร้างเรื่องว่าตามหาพ่อแม่
ก็แข่งบาส พัฒนาฝีมือจนเข้ารอบชิง เรื่องมันก็ประมาณเนี้ย
แต่มันเป็นหนังที่ทำให้เราขำตลอดเวลา เจย์หน้าตายยังงี้ แบ๋วยังงี้ ยิ้มเล็กๆยังงี้ เจย์ตบมือยังขำ
ยิ่งเวลาแข่งบาส ก็เชียร์ซะ ชู๊ตลงลูกแรก จะดังค์ได้มั้ย พอลูกลงห่วงถึงกะยกมือเฮกันไป
เบนซ์ก็เชียร์ป๋อหลิน กะ เฮียอีกคนไป เราก็เก็บเจย์ไป
กว่าจะฝ่าฟันไปได้ทำเอาอาเจย์เราทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บขา ไหนจะเสียน้ำตาอีกต่างหาก
น้ำตาแค่หยดเดียวของเจย์แทบทำให้เราต้องเสียน้ำตาเหมือนกัน (สงสารอะนะ)
เฮอะ เฮอะ เฮอะ เขียนไม่ออกเลยแฮะ อย่างว่าอาเจย์ทำอะไรก็ดีไปหมด
ไงละ กวนมั้ยเนี้ย ดูหน้าอาเจย์ดิ อาจารย์ทั้งสี่
เฮียป๋อเมาทั้งเรื่อง เย้ ผมชู๊ตลูกแรกลงแล้วฮับ
เงยหน้าก็หล่อ เฮอะๆๆๆ ก้มหน้าก็หล่อ
February 20 Change the world?อาทิตย์ก่อนไปดู L: change the world ชอบที่ L บอกว่า ...คนเรา ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่เสมอ...
จะว่าไงดีนะ ตอนที่อ่านdeathnoteแรกๆเราเชียร์kiraนะ ก็เคยคิดว่า คนที่ชั่วก็สมควรแล้วที่ควรจะถูกกำจัด
แต่พอมาเจอL ไม่รู้ว่าเพราะLน่ารักหรืออะไร (ไม่ใช่ละ) ก็เริ่มรู้สึกได้ว่า การยึดอิสระในการมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเป็นของเราหรือคนอื่น ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทั้งนั้น
ถ้ามีคนคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะเรื่องอกหัก เรื่องเรียน เรื่องเงิน เรื่องอื่นๆอีกมากมาย มันก็มีคนคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีเรื่องอะไรเลย
ไม่มีเรื่องรัก ไม่มีเรื่องเงิน ไม่มีเรื่องงาน ไม่มีเรื่องเรียน ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลย แล้วจะคิดฆ่าตัวตายทำไม??? ก็เพราะมันไม่มีอะไรเลยไง
แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนดู grey's anatomy น้องgreyของเราจมน้ำเผอิญได้เข้าไปอยู่ในโลกหลังความตายได้ไปเจอกะคู่หมั้นของเพื่อนที่ตายล่วงหน้ามาก่อน
เขาบอกน้องgreyว่า ความตายไม่ได้ช่วยให้คุณหลุดจากปัญหาได้ ดีไม่ดี เพื่อนที่รอคุณอยู่ก็เขว้ง แถมคุณอาจจะเปลี่ยนชีวิตของคนที่คุณรัก
ยังไม่พอคุณจะไม่มีวันได้เห็นหรือสัมผัสคนที่คุณรักอีกต่อไป อย่างเดียวที่คุณพอจะได้ก็คือรู้สึกว่าเขาอยู่ข้างๆ แค่ไม่กี่วินาทีแล้วก็ผ่านไป
พอได้ยินอย่างนั้น น้องgreyก็รีบกลับมาโลกทันที ก็พอจะสรุปได้ว่า ตายแล้วไม่ได้แก้ปัญหาอะไร แถมอยากจะแก้อะไรก็ไม่ได้
เมื่อวันจันทร์ เลิกงานไว ตามหาหนังดู แล้วก็ลงเอยที่ charlie wilson's war เรื่องของผู้แทนเท็กซัสเขตสองกับพวก ที่พยายามหางบลับ
ส่งอาวุธสนับสนุนพวกมูจาฮีดีนให้สู้กับสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ที่จู่ๆก็ส่งกำลังเข้ายึดอัฟกานิสถาน จากเงินห้าล้าน เป็นสี่สิบ จนกระทั่งพันล้าน
และเขาก็ทำได้จริงถึงจะเป็นเกือบสิบปีต่อมา และที่น่าทึ่งก็คือนี่คือเรื่องจริง แน่นอนหนังก็มีภาพน่าสงสารให้เห็น ดูเหมือนจะย้ำให้ชัดว่า เป็นการทำเพื่อมนุษยชาติทำนองนั้น
(เราเคยอ่านเรื่องของชาวอัฟกัน the book seller in kabul ยังคิดเลยว่าเป็นผู้หญิงอัฟกันแม่งไร้อิสระสุดๆ แค่จะออกจากบ้านก็ยังต้องให้ผู้ชายในบ้านตามประกบ)
แค่นั่งดูความพยายามดิ้นรน ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระในการมีชีวิตรอดจากเฮลิคอปเตอร์พิฆาต มันก็น่านับถือแล้ว
เพราะอย่างนั้น คนที่ไม่คิดหวงชีวิตตัวเองแม้แต่น้อย ก็ดูเหมือนจะไร้ค่ามากๆ
ขนาดL ที่ไม่กลัวตาย ยังบอกเลยว่า ...ผมอยากมีชีวิตต่อไปอีก...
These things happened. They were glorious and they changed the world... and then we fucked up the end game
พอcharlie wilson จบ ประโยคข้างต้นก็โผล่มาให้คิด ถ้าไม่เข้าใจจะบอกให้ว่า อีกเกือบสิบปีต่อมาพวกมูจาฮีดีน ก็กลายเป็นหนามหยอกอกไอ้กัน
ไม่พออัฟกานิสถานกลายเป็นที่ฝึกนักรบที่ดีที่สุดในโลก(ทั้งที่การฝึกทหารมันเริ่มต้นมาจากCIA)
ขอแนะนำเพลงหน่อย สองอาทิตย์ก่อนช่องเจ็ดเอาthe curse of golden flower มาฉายในbig cinema พอหนังจบเพลงนี้ก็ขึ้นมา
เพลงชื่อ 菊花台 ju hua tai (แปลว่าลานเบญจมาศ) เพลงสุดท้ายในอัลบั้ม still fantasy เราว่าฟังแล้วมันร้าวรานยังไงพิกล
มีคนเคยบอกว่าให้ฟังเพลงนี้ยามเช้า แล้วก็ชมทะเลสาบในหังโจวไปด้วย ได้บรรยากาศมากๆ
ได้ไปแน่ๆแต่เมื่อไรไม่รู้ งั้นไปซ้อมที่สวนลุมไปพลางๆก่อนดีกว่า 555+
February 12 คนเลือกไม่รับรู้ ไอ้ที่อยู่ได้แต่...คิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไร
คิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน
คิดออกอย่างเดียวว่าชอบเพลงนี้
อ้อ อีกอย่างที่พอจะนึกออก ก็เรื่องตั้งลูก....เป็นเลขารัฐมนตรี
ใช้สมองป่ะเนี้ย ขี้เหร่ไม่พอ แล้วจะเอาไงกันอีก
ซึ้งเลยนะเนี้ย คนเลือกไม่รับรู้ ไอ้คนไม่ได้เลือกต้องมาทนทำไมวะเนี้ย
ใครเลือกมันออกมายืดอกรับหน่อยดิ รับว่าภูมิใจมากๆที่ได้มันมาบริหารประเทศ
เป็นหนี้บุญคุณจริงๆ.....เซ็ง -__-"
เพลงชื่อ 无双 / หนึ่งในใต้หล้า ของอาเจย์ อัลบั้ม wo hen mang / คาวบอยยุ่งมากๆ
สนใจคำแปลให้เข้าไปดูที่ blog คุณ tokei ตามlinkข้างล่าง
February 04 ตื่นเต้นขนาดนี้....พอมั้ยเอาเรื่องอะไรดีเนี้ย มีแต่เรื่องตื่นเต้นไปหมดเลย เอาที่เขย่าขวัญก่อนดีมั้ย วันนี้ก็ไปทำงานปกติ ตรวจดีลด่วนตามปกติ เช็คตามรอยเตอร์ปกติ ทุกอย่างไปได้สวย แต่ทว่าก็เกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญขึ้น เพราะทุกอย่างที่ปกติ ดันมีหลุมพราง amountถูก valueถูก counterpartyก็ถูก แต่rateผิดจากความเป็นจริงไปบาทนึง บาทนึงซวยละตู ดันเป็นดีลด่วน จ่ายตังค์ไปแล้วด้วย จ่ายผิดอะดิ ไม่เท่าไรผิดไปล้านกว่าๆ -__-" ลมจะจับ ดีที่พวกพี่พี่ช่วยกันแก้ เราก็แก้ หัวหน้าก็บอกให้แก้ ได้ตังค์คืนอย่างปลอดภัย แต่ต้องสงบไปซักระยะ ขอบคุณทุกคนนะค้าาาาาาาา
เรื่องตื่นเต้นที่สอง เขย่าขวัญพอตัว แต่เน้นฮาซะมาก พี่สาวโทรมาเล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญ แก๊สระเบิดร้านขายไก่ข้างล่างตึกที่มันอยู่ เสียงดังสนั่น แต่พี่เขยดันคิดว่าพี่สาวเราตกเตียง พอได้สติก็โทรแจ้งตำรวจกัน ขำที่พี่สาวมันบอกว่าก่อนออกจากบ้านมันเอาพลาสติกที่ครอบ smoke alarm ออกด้วยมีสติโคตร แกกลัวไอ้พวกดับเพลิงละซิ 555+ ก็ออกมายืนรอดูสถานการณ์กัน แล้วเขาก็เอารถมารับไปนอนที่โรงแรม แต่เข้าไปเก็บของบนห้องไม่ได้เพราะว่ายังหาสาเหตุการระเบิดไม่ได้ เราก็ขำขำ พี่สาวก็ขำขำ ได้ข่าวว่าพี่เขยคว้าโทรศัพท์บ้านลงมาด้วย แล้วมันมีสัญญามั้ยละนั้น -__-" 555+ เที่ยงๆโทรคุยกะปิ่น คุณเก่งไม่เป็นไร อยู่กะพี่สาวเราเองขำขำกันไป จริงจังหน่อย เข้าไปดูรูปใน sydney morning herald มันก็น่าผวาอยู่หรอก ร้านเละเลยอะ กระเด็นข้ามถนนกันเลยทีเดียว
เรื่องตื่นเต้นที่สาม และแล้วพระเจ้าทันใจก็ส่งอาเจย์มา เมื่อวันศุกร์เจย์มาโปรโมทหนัง kungfu dunk เราก็ตื่นเต้น ตึกตัก เตรียมพร้อมกะว่าจะไปขำขำ เอาเข้าจริงมันเริ่มไม่ขำแล้วอะดิ
พี่ที่ทำงานก็buildกันแต่เช้า เจย์อย่างงั้นอย่างงี้ พอมาเจอเบนซ์โทรมาบอกว่าเจอเจย์ระยะกระจกกั้น พระเจ้า!!! อยากจะเหาะไปตรงนั้นเลยทีเดียว เริ่มไม่รู้เรื่องแล้วเราเดินไม่ถูกทางหาของก็ไม่เจอ เบนซ์ก็โทรมาเตือนบอกจะมาแล้ว สุดท้ายไม่ไหวอะ เลยขออกมาตอนห้าโมงนิดหน่อย ไปบอกหัวหน้าว่า พี่ขอกลับก่อนนะคะ หนูจะไปดูดารา หัวหน้าก็ยิ้มซะหวานเลย บึ่งออกมาจนถึง discovery ยืนงงอยู่ แล้วเบนซ์ก็โทรมาบอกว่าเจย์มาแล้ว ให้มาตรงsiam tower ตายตาย หาทางออกไม่ได้ สุดท้ายคิดได้วิ่งสู้ฟัดไปเลย วิ่งไปจำได้ว่าเป็นทางโล่งๆ มองไปปลายทางห่างสิบเมตรไม่เกิน เจอแล้วชายในดวงใจ ยืนรัศมีเปล่ง หล่อม๊ากมาก นี่ละใช่เลย คนนี้ไงที่รอมานานแล้ว สุดยอด จำอะไรไม่ได้มากแต่รู้สึกว่าสองวินาทีนั้นมันกระจ่างอยูในหัวตลอด แล้วก็มายืนข้างๆ ถ่ายรูปบ้างกระโดดบ้าง เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง แล้วก็ไปรอตรงที่เจย์จะขึ้นรถกลับ เจอเด็กกรี๊ดใส่หูไม่พอ ช้านยังโดนบังอีก ไม่เป็นไร เห็นหลังคารถก็ยังดี เจย์ไป แต่เราไม่จบ ฟุ้งมากๆ พอไปเจอคนที่ได้ลูกบาสที่มีลายเซ็นเจย์ ก็เลยไปขอยืมเขามาถ่ายรูปซะ ยังกะตัวเองได้มาเองซะงั้น ขอบคุณมากค่าาาาาา เดินไปถ่ายนู่นนี่ที่มีเจย์บ้าบอไป แด่ยอดมนุษย์ของช้านนนนนนนน
งานนี้ขอขอบคุณ เพื่อนเบนซ์ที่คอยส่งข่าว บอกทิศให้เราได้เจอเจย์ในระยะกระจ่างใจ สุดยอดเพื่อน
หัวหน้าและพี่ๆที่ช่วยกันbuildจนเราฮึกเหิม
พระเจ้าทันใจ ขอบคุณมากๆคะ ที่ทำให้หนูได้เจอชายในดวงใจ
周杰伦: 天青色等煙雨 而我在等妳 เข้าใจเลยว่าความสุขเมื่อการรอคอยสิ้นสุดลงมันเป็นยังไง ตอนนี้เริ่มใหม่อีกที ยังได้อีก
|
|
|