pongta's profile~~ ChoU PonG ThE YaO ~~PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    February 28

    ไว้อาลัยให้ inafernal affairs

    ผลออสการ์สำหรับปีที่ผ่านมาก็ได้รู้กันแล้วว่า the departedได้ไปทั้งรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม (Martin Scorsese) และรางวัลภาพยนต์ยอดเยี่ยมซึ่งเป็นสองรางวัลใหญ่ที่เป็น highlightของงาน ให้ตายเถอะ ที่หงุดหงิด ก็เพราะว่า the departed เป็นหนังที่remake มาจากหนังในดวงใจของเราอย่าง Infernal Affairs แถม the departed ยังได้รางวัลบทดัดแปลงยอดเยี่ยมอีกด้วย (เอาเข้าไป)
     
    เอาเข้าจริงมันอาจจะลำเอียงไปมากที่เราจะบอกว่า the departed ไม่มีอะไรสู้ต้นฉบับอย่าง infernal affairs เลยสักนิด ทั้งที่จริงแล้วเรายังไม่ได้ดูthe departedเลยด้วยซ้ำ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ Infernal affairs ดูจะเป็นหนังที่มีชั้นเชิงมากกว่าชัดๆ แน่นอนว่า martin scoresese เป็นผู้กำกับมากฝีมือ เข้าชิงออสการ์มาก็หลายครั้ง แต่ก็วืดตลอด หนังดีดีที่เราเคยดูอย่าง taxi driver ก็เคยวืดออสการ์มาเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่าที่ลุงmartinได้ไปงานนี้เป็นเพราะบารมีที่สั่งสมมาเนิ่นนานหรืออย่างไร
     
    เราคิดจะเขียนถึง infernal affairs (IA) หรือชื่อภาษากวางตุ้งว่า โมกานโตว มาก็หลายรอบแต่ไม่เคยลงมือสักที IAเข้าฉายในจังหวะที่หนังฮ่องกงตกต่ำสุดขีด บทหนังที่มีชั้นเชิง ดาราที่เปี่ยมด้วยคุณภาพอย่างเฮียเหลียง เฮียหลิว ลุงERIC (คนที่เล่นเป็นแซม) anthony wong(พ่อเจย์ใน initial D) และดาราหน้าคุ้นอีกมาก ความสำเร็จของภาคแรก นำไปสู่ IA ภาคสองและสาม บทที่ร้อยเรื่องราวทั้งหมดไว้ด้วยกัน ดาราดังคับจอไม่แพ้ภาคแรกเลย (ถึงแม้ว่าภาคหลังๆจะดูด้อยลงไปบ้างก็ตาม)
     
    แน่นอนว่า IA ไม่ใช่หนัง mafia gangster หรือตำรวจจับผู้ร้ายธรรมดา แต่เนื้อเรื่องของ IA กลับแฝงไว้ด้วยคำสอนในพุทธศาสนาที่เราๆท่านๆรู้จักกันดีอย่าง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว การเลือกเป็นคนชั่วหรือดี บางทีมันก็ไม่ง่ายที่จะบอกตัวเองว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นขาวหรือดำ เพราะเรากำลังยืนอยู่บนพื้นสีเทา อย่างที่เราเห็นจากเฮียเหลียง จากสุดยอดนักเรียนตำรวจที่ต้องแฝงตัวเข้าแกงค์มาเฟีย กับเฮียหลิว ตำรวจอนาคตไกลแต่จริงแล้วเป็นสายของแกงค์มาเฟียที่แฝงตัวมา  
     
    ไม่เท่านั้นหนังยังบอกเราว่าการที่เราต้องทนทุกข์โดยไม่มีที่สิ้นสุดกลับเป็นนรกขุมที่เลวร้ายที่สุด อย่างที่เราจะเห็นได้จากตัวอย่างของเฮียหลิว เฮียหลิวเรียกร้องขอโอกาสที่จะทำดีแม้เพียงครั้งมาตลอด เสียแต่ว่าเอาเข้าจริงเฮียกลับเลือกทำเพื่อตัวเอง เพราะอย่างนั้นเฮียหลิวเลยไม่มีโอกาส แม้จะปลดปล่อยตัวเองจากความทุกข์ด้วยความตาย สวรรค์ยังไม่ยอมให้เฮียหลิวตาย  ในขณะที่เฮียเหลียงที่กำลังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คนดีก็ไม่ใช่ คนชั่วก็ไม่เชิง พี่แกกลับได้ปลดปล่อยตัวเอง แถมตายอย่างมีเกียรติอีกต่างหาก
     
    ความผูกพันของIAกับเรานั้นมีมาก (จนตอนนี้ขี้เกียจเขียนละ) ถ้ามีใครมาถามถึงหนังอันดับหนึ่งในดวงใจ เราคงต้องยกให้ Infernal Affairs แน่นอน
     
    " the worse of the eight hells is called continuous hell. it has the meaning of continuous suffering. "
     
     
    Nothing
    February 14

    ควรจะตั้งชื่อว่าdreamgirs หรืออะไรดี

    บางทีมันก็คงจะมีกันบ้าง ที่ไม่รู้จะไปซ้าย ไปขวา เดินหน้า ถอยหลัง หรือว่ายืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆ
    และบางทีมันก็คงจะเป็นเรื่องธรรมดา ที่เราจะถามตัวเองว่าทำอะไรอยู่
     
    วันนี้เลยกะจะไปดูหนังเรื่อง babel เอาวะ ได้ข่าวมาว่าผู้กำกับชอบทำหนังหดหู่ ลองดู
    พอไปถึงหน้าโรงกลายเป็นว่า babel รอบที่เราจะดู ดันฉายในโรงโคตรของโคตรหรูอีกที ที่หนังคู่สามพัน
    บ้าไปแล้ว สามพันเนี้ยมันจะดาวน์มอเตอร์ไซค์ได้แล้วนะเนี้ย
     
    ส้มเลยไปหล่นที่หนังเรื่องdream girlsแทน (จริงแล้วอยากเขียนลงในsection เรื่องหนัง แต่ขี้เกียจ)
    ด้วยความชอบ beyonce เป็นทุนเดิมแล้ว ผู้หญิงอะไรดูดีชะมัด ก็อยากมาพิสูจน์พลังเสียงของ jennifer hudsonอีกด้วย
    เวลาที่หนังใช้การตอบโต้ระหว่างตัวละครผ่านเพลงแทนบทสนทนาธรรมดาก็เจ๋งดี
    เสียงของjennifer hudson ตอนที่ร้องเพลง and i'm telling you i'm not going อารมณ์มันหดหู่มากมาย
    No, no, no, no way I'm livin' without you...you gonna love me...
     
    หรือแม้แต่น้อง beyonce ของเรา กับเพลง Listen โห...ฟังแล้วแทบจะร้องไห้ตาม
    Listen, I am alone at a crossroads ....I'm not at home, in my own home
    ฟังแล้วเข้ากับภาวะคลุมเครือตอนนี้ชะมัด
     
    วันนี้ต่ายส่ง SMSมาบอกว่าพรุ่งนี้วันวาเลนไทน์
    เฮ้ยจำได้เปล่า...ปีที่แล้ววันวาเลนไทน์ เรา ต่าย เบนซ์นัดกันใส่เสื้อดำโดยไม่ได้นัดหมาย
    ไปนั่งกินข้าวด้วยกันอยู่worldtrade ไว้อาลัยให้วันวาเลนไทน์สยอง
     
    วันวาเลนไทน์ตอนอยู่มหาลัยปีไหนวะ น่าจะปีสองเสือกจำได้ว่าไปนั่งกินน้ำเต้าหู้กะเก๋กะฟูอยู่แถวท่าช้าง
    แต่ไม่ว่าจะปีไหนๆ ก็เหมือนเดิมๆอยู่แล้นนนนนน เราไม่นิยมไปเป็นคู่ แต่เน้นไปเป็นกลุ่ม
    พี่ที่ทำงานบอกว่า ให้น้องๆที่อยู่นอกตู้ปลาทุกคนช่วยกันรักษาสถิติที่ไม่เคยมีใครนอกตู้ปลาได้ดอกกุหลาบมาก่อนเอาไว้ให้มั่น
    ดูท่า สถิตินี้น่าจะทำลายยากมากกกกก
     


     
     
    February 05

    Curse of the golden flower :องค์ชายเจี๋ย สู้เพื่อแม่

    ตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าเจย์จะเล่นหนังกับจางอีโหมว ก็สัญญากับตัวเองไว้ว่าไม่มีทางพลาดเด็ดขาด จางอีโหมว เป็นผู้กำกับที่เรารู้จักกันดี กับหนังรักอย่าง  the road home หนังใสใส อย่าง not one less หรือแม้กระทั่งหนังฟอร์มใหญ่ที่เล่าเรื่องอย่างฉลาด และกินใจอย่าง Hero แค่ชื่อผู้กำกับก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง  แต่ที่สำคัญคงหนีไม่พ้น คนที่ชื่อ "เจย์ โช" เพราะอย่างนั้นเราก็เลยลากเอาเพื่อนรักไปดูด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่เข้า
     
    curse of the golden flower พูดง่ายๆก็เป็นเรื่องของคนในครอบครัว แต่ที่ไม่ธรรมดาเพราะมันเป็นครอบครัวของฮ่องเต้ ฮ่องเต้(โจวเหวินฟะ)ระแคะระคาย ว่าฮองเฮา(กงลี่)ดันเป็นชู้กับรัชทายาท เลยวางยาพิษฮองเฮา ในขณะที่องค์ชายเจี๋ย(เจย์โช)กลับมาเพื่อฉลองเทศกาลฉงหยาง(วันที่9เดือน9) พอได้รู้ว่าแม่โดนวางยา เลยยอมก่อกบฎ ถึงแม้จะรู้ว่ายังไงตัวเองก็ไม่มีทางสู้ ยังไม่พอคนที่น่าตกใจที่สุดในเรื่องกลับเป็นน้องคนเล็กที่เล่นบท พ่อไม่รัก แม่ไม่เอา สุดท้ายเลยงอแงขึ้นมา
     
    ในเรื่องเราจะเห็นว่า ทั้งเรื่องมีสีทองเป็นสีหลัก (ก็คล้ายๆกับตอน hero ที่แต่ละสีจะมีความหมายต่างกัน เรื่องที่เล่าจึงต่างกัน) สำหรับสีทองใน curse of the golden flower ก็มีความหมายเช่นกัน สีทองที่ดูสว่างไสว รวมไปถึงความมั่งคั่งเฟื่องฟุ้ง แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเรามองเข้าไปให้ดี เราจะเห็นถึงความเน่าเฟะที่ซ่อนไว้ข้างใน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ต่างไปจาก เรื่องราวขัดแย้งภายในครอบครัวฮ่องเต้ที่รอวันระเบิดออกมา ฮองเฮาดูสง่าและน่าเกรงขาม แต่ภายในร่างกายกลับโดนยาพิษกัดกร่อน ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจแต่วิธีการที่ได้มาซึ่งบัลลังก์ไม่สง่างาม ขณะที่รัชทายาทขี้ขลาดก็ไม่มีความสามารถพอ
     
    สำหรับเทศกาลฉงหยาง หรือเทศกาลดอกเบญจมาศ ซึ่งในหนังกำหนดให้เป็นคืนที่เรื่องราวความคับแค้นทุกอย่างระเบิดออกมา ตามที่องค์ชายสามบอกว่า เทศกาลนี้เราเฉลิมฉลองเพื่อความอุดมสมบูรณ์ เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของครอบครัว(ทำนองนี้นะ) แถมฮ่องเต้ยังย้ำด้วยการเขียนอีกษรสี่ตัว (จำไม่ค่อยได้แล้ว) ก็ทำนองว่าจงรักภักดี อะไรทำนองเนี้ย
    ครอบครัวก็เปรียบเสมือนประเทศ การที่ประเทศจะเป็นหนึ่งเดียวได้ก็ต้องอาศัยคนในประเทศ การก่อกบฎของฮองเฮากับองค์ชายเจี๋ยสู้เพื่อแม่ อย่างมากก็เป็นแค่คลื่นกระทบฝั่ง แค่เริ่มทำก็รู้แล้วว่าไม่สำเร็จ แค่เริ่มก็รู้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อได้เริ่มทั้งคู่(ฮองเฮากับองค์ชายเจี๋ย)ก็ไม่ยอมถอย น่านับถือ เสียแต่ว่าพอการต่อสู้จบลง สนามรบโดนล้าง ทำเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างกลับมาสวยงามเหมือนเดิม (มีคนวิจารณ์ไปถึงว่า เหตุการณ์นี้แฝงความหมายของการต่อต้านคอมมิวนิสต์เอาไว้ จริงแล้วมันไม่สำคัญหรอกที่เป็นคอมมิวนิสต์ ถ้ายังสามารถทำให้ทุกอย่างยังสวยงาม และเป็นไปอย่างที่ควรเป็นได้)   อืม....รู้สึกว่าจะคิดมากเกินไปแล้วนะ
     
    เจย์ โช เข้าเรื่องเลยดีกว่า เพราะอย่างกงลี่ก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่าเด่นทั้งเรื่อง อีกคนที่เล่นแล้วเชื่อสนิทใจเลยว่าเป็นคนเหยาะแหยะก็รัชทายาท คนเล่นเก่งมากๆ เสียแต่ไม่รู้จักเพราะมัน
    เด่นกว่าเจย์อีก เจย์ก็นะ เป็นองค์ชายเจี๋ย ไม่เคยบังคับแม่ ไม่เคยขอร้อง ตั้งแต่ต้น ยันจบ แม่ขออะไรก็ให้ ยอมแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง สมแล้วที่เป็นรายการสู้เพื่อแม่ บทบู๊เล่นดี เปิดตัวเจ๋งมาก ตอนท้ายๆก็บู๊ซะเลือดสาดกระจาย เสียแต่ตอนทำปากแบะจะร้องไห้อะ มันไม่ซึ้งแต่มันขำรู้มั้ย ก็ดีกว่า initialD ขึ้นมาหน่อย  เพลงตอนจบถ้าได้เข้าไปดูก็หนังฟังให้จบแล้วกัน
    เพราะกินใจมากๆ เพลงชื่อ ju hua tai อัลบั้ม still fantasy หาฟังกันได้ เพราะสุดๆ