pongta's profile~~ ChoU PonG ThE YaO ~~PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November 28

    รักแห่งสยาม:ตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง

    A6059499 63
     
    เพิ่งไปดูรักแห่งสยาม พูดกันจัง ไม่ได้สนใจ แต่ตอนออกจากโรงหนัง อิ่มเอมใจสุดๆ
    คนเรารักกัน จำเป็นแค่ไหนที่ต้องเป็นชายหญิง จำเป็นแค่ไหนที่ต้องคิดถึงความจริง
    ตอนที่สินจัยบอกมิวว่า ต่อไปโต้งเรียนจบ ทำงาน มีเงินเก็บ หาผู้หญิงดีดีสักคนแต่งงาน
    และก็มีครอบครัวที่อบอุ่น นี่แหละคือชีวิต (แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ ว่ามันเป็นอย่างนั้นแค่นั้นจริงๆเหรอ)
     
    ตามไปอ่านมืออาชีพเขาวิจารณ์ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6059499/A6059499.html
    น่าจะดีกว่า อ่านแล้วเพลินดีจนคิดจะกลับไปดูอีกรอบ เพราะไม่ค่อยประทับใจคนในโรงหนังเท่าไร 
     
    ตอนที่มิวกะโต้งนอนคุยกันเรื่องเหงา แล้วมิวนอนหนุนแขนโต้ง
    มันทำให้คนเหงาคนหนึ่งสัมผัสความอบอุ่นได้ง่ายๆโดยไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านั้น
    อีกฉากที่ฮือฮา เออ....น้อง อิ่ม งาม เนียน จริงๆ ชอบอะ ไม่รู้จะบอกว่าไง แต่ชอบ
     
    น้องมิวเล่นดีมากอะ สายตามันบอกเชื่อเลยว่า
    มิวเจอแล้วความรัก ความรักที่เขาสามารถสื่อให้อีกคนผ่านบทเพลงอย่างที่อาม่าเคยบอกไว้
    สุดท้าย ตอนที่โต้งวิ่งไปเพื่อจะดูมิวร้องเพลง เราเอาใจช่วยเลยอะ แบบว่า ไปเลยน้อง สู้สู้
    ...เราเป็นแฟนกับนายไม่ได้หรอก แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้รักนายนะ....
     
     
     
    ปล.  ชอบฉากตามรูปข้างล่างอะ ใช่เลย คนมีความรักมันต้องอย่างนี้ละ ตาหวานเชียว
     
    A6059499 97
    November 26

    พ่อ.........สุดยอด

    อาทิตย์นี้เข้ากรุงเทพคนเดียว อยู่บ้านคนเดียว ไปทำงานคนเดียว กลับบ้านคนเดียว
    เพราะว่าส่งพ่อไปสู่ขอ อาเจย์ หรือ เฮียโจ ที่ไต้หวัน
    แถมยังต้องไปดูที่จัดงานแต่งท่ามกลางหิมะที่เกาหลีอีก กว่าจะกลับก็หลายวัน
     
    คิดถึงพ่อจะขาดใจ ไม่มีคนออกตังค์ค่ารถ ไม่มีรถรับส่งบ้านสถานีหมอชิต
    ไม่มีคนโทรหา ไม่มีคนออกตังค์ค่าข้าว(วันนี้เลยซัดแคบหมูน้ำพริกหนุ่มที่ทำงานจนปวดท้องเลยง่า)
    ไม่มีคนรอกลับบ้าน ไม่มีคนแย่งทีวี ไม่มีคนนอนกรนข้างๆ ไม่มีคนไปเซนทรัล
    ไม่มีคนคุยเรื่องกองทุนรวม ไม่มีคนคุยเรื่องเที่ยว ไม่มีคนคุยเรื่องหลาน
    ไม่มีคนไม่เชื่อเรื่องตม.เกาหลี ไม่มี.... ไม่มี.... ไม่มี.... และอื่นๆอีกมากมาย
    มีพ่อคนเดียวที่เป็นผู้ชายที่รักเราที่สุดในโลก
    หวังว่าพ่อจะได้อาเจย์กลับบ้านมาฝากลูกนะ
     
    เมื่อไรจะวันศุกร์นะ......คิดถึงพ่อมากๆเลย  คิวกะแคร์...ก็เหมือนกัน
     
    November 13

    ถ้าให้เลือกระหว่าง หูหนวก กะ ตาบอด

    ช่วงอาทิตย์ก่อน เป็นช่วงออกงานจริงๆ หลังจากที่เงียบมาพอสมควร
    06.11.07 ควรจะเป็นวันที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์กันเลยทีเดียว
    มีนัดกับ เบนซ์  ต่าย พี่นัท ไปดูคอนเสิร์ตของfriday: yesterday friday and tomorrow
    ไปกินข้าวรอเวลากะเบนซ์ก่อน นั่งเพลินๆอยู่ ก็มีคนหน้าตาคุ้นๆกำลังเดินผ่านที่สามนาฬิกา
    เฮ้ย   ใช่นี่นา อาศัยว่าจ้องหน้าจนเขารู้ตัว หันมาทักทาย ได้ใจความว่ามางานเดียวกัน
    กินเสร็จ รวมตัวครบ ไปเดินซื้อเสื้อหน้างาน เจออีกละ ....magic moment...it's real...
    ถ้าให้เลือกระหว่างหูหนวก กะ ตาบอด ขอหูหนวกดีกว่า
     
    เออ เจอปิ๊กด้วย ตัวมันสูงขึ้นแฮะ เอ..หรือว่าเราเตี้ยลง
    งานเริ่มช้าไปหน่อย เกือบสามทุ่มอะ เปิดด้วยเพลง...หลงทาง...
    ฟังแล้วก็ยิ้ม คิดไปถึง...นู่น แถวพันก่าๆ ...แค่ฉันมีเธอ ใจคงไม่หลงทาง...
    friday ร้องเก่ง เล่นดนตรีดี แต่ดัน entertain ไม่ผ่านซะงั้น
    ฉันมีความสุข พี่บอยตรัยก็เขินน่ารักเชียว พี่ดุลย์พี่หนึ่งก็เท่ห์เกิน หนาวนี้ กลับมา เพลงเศร้า ใกล้ไป(เทพจริงๆ)
    two days ago kids เมดเล่ย์ สองคำ(ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าเพลงมันน่ารัก) เปลี่ยนไปทุกอย่าง  และอื่นๆอีกมากมาย
     
    ถึงฉันได้แต่ยืน ...มอง มองเธอจากที่ไกล  ไม่อาจจะยืนเคียง ยืนอยู่ในหัวใจ
    แต่ขอแค่ได้ยืนรอ รอเธออยู่ได้ไหม  อาจจะมีวันใด ที่เธอจะมองฉันบ้าง (กลับมา)
     
    พอหลับตา ตั้งใจฟังเพลงดีๆแล้ว ถ้าให้เลือกระหว่าง หูหนวก กะ ตาบอด ขอตาบอดแล้วกัน
     
     
    08.11.07 นัดกับฟูแบงค์โบ ไปดูหนังของjay สร้างเอง กำกับเอง เล่นเอง ชวนเพื่อนมาเล่นด้วย ต้องอุดหนุนกันหน่อย
    secret หนังรักแบบjay พอเห็นหน้าjay แล้ว ตื้นตัน อะไรก็ดีไปหมด เทพโคตร
    ใครถามว่าหนังดีเปล่า ตอบไม่ได้ เพราะลำเอียงตั้งแต่ยังไม่ได้ดูแล้วอะ  (เขียนไม่ออกเลยนะเนี้ย)
    สมแล้ว ที่เฮียโจ เป็นแฟนโจ ถ้าให้เลือกระหว่าง หูหนวกกะตาบอด ขอหูหนวกละกัน
     
    ในเรื่องเต็มเอียดไปด้วยเปียโน แน่นอนก็ jay มันเล่นเป็นนักเรียนเปียโนนี่นา เทพอีกละ
    รู้งี้น่าจะไปประลองเปียโนกะรุ่นพี่จิอากิให้รู้กันไปเลย ดีกว่าป่ะ ให้มันรู้กันไปว่าใครจะอัจฉริยะกว่ากัน
    เพราะมัวแต่ฟังเสียงจีน อ่านซับ ดูjay เลยเหมือนกับยังฟังsoundtrack ของหนังไม่เต็มอิ่มเลย 
    เพลงตอนจบก็เปิดไม่หมด ดนตรีของjay ถ้าให้เลือก ขอตาบอดแทนได้มั้ย 
     
    เฮ้อๆๆ เกิดมาช่างโชคดีที่ครบ32 ได้มีหูฟังความมหัศจรรย์ของเสียงดนตรี 
    ได้มีตามองคนที่ทำให้เกิดชั่วโมงต้องมนต์เสมอๆ  แค่นี้ก็...พอแล้ว...
     
     
    C5538761-7 
    November 09

    อิดออดทัวร์กะเพ้อเจ้อทริป

    ตั้งใจจะเขียนมานานละ แต่ดันไม่ถึงคิวซะที ขอเล่าหน่อยว่าทำไมถึงต้องชื่ออิดออดทัวร์
    เคยคุยกะนทีเรื่องลำน้ำเข็ก ก็บอกมันว่า ไปไป
    แต่พอต้นเดือนตุลา มันมาชวน เราดันไม่ใจซะงั้น ต้องโทษตัวเองเต็มๆ
    พอยกเลิกเพราะพายุมา ก็พลอยโล่งใจไป แต่...ยัง  นทีมันตั้งใจอย่างแรง ปลายเดือนเอาใหม่ไปอีก
    เออ...อิดออดอีกละ ไม่ค่อยใจอีกละ เพราะว่า พอนึกถึงพิษณุโลก เราก็นึกถึงเป็กอะ
    พอนึกถึงเป็ก เราก็นึกถึงเรื่องเก่าๆ พอนึกถึงเรื่องเก่าๆเราก็หดหู่ พอหดหู่เราก็ไม่ใจแถมกลัวด้วย
    เวลาที่เราไม่อยากทำอะไรเราก็ไม่ทำ แต่พอนึกถึงตอนที่ตัวเองบอกว่าไปไปกะหน้านที
    เออ..ไปก็ได้วะ ไปให้มันรู้ว่าจะกลัวไปทำไม 
     
    วันเสาร์ ออกเดินทางโดยรถนที มีเก๋ โบ เรา ไปหันคาก่อน แวะบ้านนที
    กินข้าวมันไก่ริมน้ำ เจ้าเก่า แล้วก็ขับต่อไปจนถึงรีสอร์ทที่พิษณุโลก
    รีสอร์ทชื่อวนธารา ติดลำน้ำเข็กเลย พอเห็นคนกำลังขึ้นรถไปล่องแก่ง
    ไอ้ที่อิดออดก็กลายเป็นตื่นเต้นแทน เก็บของเสร็จ ก็มุ่งหน้าไปภูหินร่องกล้า
    ลานหินปุ่ม โรงเรียนการเมืองการทหาร น้ำตกกังหันน้ำ ที่ทำการพรรคคอม
    น่าเสียดายที่ไปตอนบ่ายมากแล้ว เลยได้ไปไม่กี่ที่ก็มืดละ
    ชอบทางเข้าที่ทำการพรรคมากๆ เป็นความทรงจำเดียวที่หลงเหลือจากที่เคยมาเมื่อหกปีก่อน
    กลับรีสอร์ท กินข้าว ออกไปรับแบงค์ในตัวเมือง ระหว่างทางเพ้อเจ้อกันตลอด
    พอมาถึงห้องเริ่มคุย ตั้งวง เพ้อเจ้อ และขอต้อนรับการกลับมาของคนโสด
     
    วันอาทิตย์ ตื่นแบบไม่ค่อยอยาก กินข้าว ไปล่องแก่งลำน้ำเข็ก
    เจอเติ้ลด้วย ไม่ใช่ละ พี่แจ๊คที่คัดหน้าเรือเราเอง เห็นแล้วคิดถึงเติ้ลอย่างแรง
    ข้อแนะนำเวลาไปล่องแก่ง
    1 ควรเลือกนั่งตำแหน่งคนพายหน้าขวา เพราะนอกจากจะอัตรายน้อยสุดแล้ว เวลาถ่ายรูปก็จะเด่นสุดด้วย คุ้มโคตรๆๆ
    2 เวลาพี่เขาบอกให้ลงเล่นน้ำได้ ก็ช่วยลงนิดนึง เพื่อที่จะได้รู้ว่าน้ำเย็นแค่ไหน ถ้าล่องแก่งแล้วตกน้ำไปจะได้ไม่ตกใจมาก
    3 พยายามจำที่เขาบอก เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
    4 พยายามทำตามที่เขาบอกให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเวลาจับเชือก
    5 ถ้าตกน้ำไป พยายามอย่ากลัว พยายามตั้งสติ (ใช้คำว่าพยายาม เพราะเข้าใจว่าเอาเข้าจริงจะทำได้ยากโคตร)
    6 ถ้าทำได้ตามข้อห้าแล้ว เดี๋ยวเขาก็เก็บเราขึ้นเรือเอง
    7 ใส่แขนยาว ขายาวไปล่องจะดีมาก ไม่งั้นจะกลับมาแบบกระด้างกระดำ
     
    สุดท้ายก็ได้เป็นผู้พิชิตลำน้ำเข็ก รู้สึกดีที่ลากตัวเองมาได้ ชอบๆพิชิตความกลัวของตัวเองได้ด้วย
    อาบน้ำ เก็บของ กินข้าวเที่ยง ออกเดินทางไป coffee hill แถวเขาค้อ
    ขับมาเรื่อยยันมืด แวะกินข้าวต้มปลาที่สระบุรี กว่าจะถึงกรุงเทพ เกือบสี่ทุ่ม เหนื่อยจริงๆ
     
    ตามไปดูรูปที่ http://pongta.multiply.com/photos/album/6 แล้วกัน ขี้เกียจแปะแล้ว
    http://pongta.multiply.com/photos/album/8 อันนี้เป็นรูปตอนล่องแก่ง
     
    ปล. เป็ก ฉันทำบุญให้แกแล้วนะ และจะพยายามทำบ่อยๆนะ 
     
       
    November 07

    บ้านนอกญี่ปุ่น: วันที่ห้ามุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง

    วันที่ห้า วันสุดท้ายยยยย แล้น ตื่นมากินข้าว ออกตัวไปวัดอาซาคุสะ
    ไหว้พระ เดินเล่นสองข้างทางร้านขายของเพียบ
     
     
    เดินไปนิดเจอห้าง บ้านเราก็เลยไปเดินวนกันในนั้น
    ตามประสาแม่ เราว่าแม่เราเนี้ยน่าจะเป็นประธานสภาคิวซีห้างของโลกนะเนี้ย
    เจอ ชินโง ทาคูยะ มากันทั้งsmapเลย
    ใกล้เที่ยงไปกินราเมน ร้านเล็กนิดเดียว ต้องต่อแถวกัน
     
     
    หลังจากนั้นช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ไปซื้อของที่ชินจูกุ
    พี่เราแยกไปกะเพื่อน เราไปกะแม่กะหลาน เดินในอิเซตัน
    จนหมดเวลา ขึ้นรถ ไปสนามบิน กลับกทม.
     
     
    งวดนี้นั่ง b 747-400 ไม่ดีอะ ดันเก่าไปหน่อยสู้ขามาไม่ได้
    หลับๆตื่นๆถึงบ้าน ว้า ช่วงเวลาแห่งความสนุกหมดละ
    เสียดาย...แต่คิดไปคิดมา ของที่มีจำกัดต้องมีค่าเสมอ
    เพราะอย่างนั้น ช่วงเวลาที่ดีๆ ถ้ามีทุกวันเราจะรู้สึกว่ามันวิเศษได้ยังไงกัน
    ตอนนี้ก็ก้มหน้าก้มตาใช้หนี้พ่อ.....ต่อไป
     
    fujisan2
    November 05

    บ้านนอกญี่ปุ่น: วันที่สี่ ฟูจิซัง

    วันที่สี่แล้นนนนน ตืนเช้ากินข้าวเก็บของออกจากโรงแรม
    คนที่โรงแรมทั้งโบกมือ ทั้งโค้ง ตั้งแต่ล้อรถหมุนจนสุดสายตากันเลยทีเดียว
    นั่งรถไปพอประมาณ ข้างหน้าก็เห็นยอดฟูจิซัง อากาศแจ่มใส โชคดีสุดๆ
    ทุกคนตื่นเต้นมาก มองไปบนยอดแถมหิมะให้ด้วย
     
     
    เดินเล่นรับลมหนาวหน่อย ก็ลงมากินข้าวแล้วก็ไปต่อที่โอวาคุดานิ
    กว่าจะขึ้นไปได้รถดันติด มีเวลานิดเดียว ต้องรีบวิ่งขึ้นไปตรงที่บ่อต้มไข่
    กลับลงมารับkittyกลับบ้าน แล้วก็ไปขึ้นกระเช้ากัน สนุกกันใหญ่
     
     
     
    จากกระเช้าก็ต่อด้วยเรือ ล่องกันไป ลมเย็นชิลๆ
    จนถึงอีกฝั่ง ก็ไปขึ้นรถ ไปนั่งรถไฟโรมานซ์คาร์
    เขาว่าเป็นรถไฟสำหรับคนรัก แต่อันนี้หลับกันเป็นแถว
    นั่งพอเบื่อก็เข้าสถานีชินจูกุ ถึงโตเกียวซะแล้ววววว
     
     
     
    เดินออกจากสถานี เกิดอาการเมาคนกันเลยทีเดียว
    คุณไกด์พาไปปล่อยที่ชินจูกุ ให้เวลาสี่สิบห้านาที แยกกันไปซื้อของตามชอบ
    เราก็เรียบร้อย ไปซื้อขาตั้งกล้อง ถึงจะไม่ได้ตามที่ดูไว้ แต่ก็คว้ามาได้อัน
    แล้วก็ไปหาห้องน้ำให้แม่เข้า ดันไปเจอร้านขายซีดีซะงั้น
    เข้าไปเจอซีดีน้องเมะ ไม่ต้องคิดเลย คว้าไปคว้ามา ราคาแพงกว่าขาตั้งกล้องซะอีก
    เฮอะเฮอะเฮอะ.....ทำไปได้
     
    เสร็จ...ก็ไปกินบุปเฟ่ต์ขาปูยักษ์ เราไม่ได้กินปูเลย
    ดันเป็นโรคขี้เกียจแกะปูมาตั้งแต่เกิด แต่ได้กินลิ้นหมูแทน กินไปเยอะมากกกกกก
    แล้วก็ไปโรงแรม นอนแถวรปปงงิ ห้องเล็กโคตร เอาพี่เราไปตั้งคนเดียวแทบจะเต็มห้อง
    เก็บของเสร็จแล้วก็ออกมาเดินเล่น เดินไปจากโรงแรมจะเห็นtokyo tower
     
     
    สองข้างทางเป็นที่เที่ยว เรากะแม่กะหลาน หลงอยู่ในร้าน ดอนกีโฮเต้
    เห็นข้างนอก อย่าดูถูก ร้านนี้นับว่าเป็นขุมทรัพย์ช๊อปปิ้ง ราคาประหยัด(บางอย่าง)เลยทีเดียว
    ขายทุกอย่างในโลก ตั้งแต่ชุดคอสเพลย์ ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ของกิน brandname
    เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องมือ คอมพิวเตอร์  บ้าไปแล้นนนนน
     
    คิวได้รถเฮียโจ (รถส่งเต้าหู้ในinitial d)มาแทนคันเก่าของเราที่หล่นแถวบ่อต้มไข่ (แทบจะร้องไห้)
    สองร้อยห้าสิบบาท ตอนนี้วิ่งฉิ่วอยู่โคราช รู้งี้ซื้อมาอีกดีกว่า
     
    japtrip07 164
     
    November 01

    บ้านนอกญี่ปุ่น : วันที่สาม หิมะเดือนสิบ

    วันที่สามแล้ว  เร็วจังแฮะ ไปเที่ยวภูเขาแอลป์tateyamaกัน  จากข้างล่างขึ้นไปบนยอด
    ก็ต้องอาศัยรถราง-รถบัส-รถลอดใต้อุโมงค์-กระเช้า-รถลอดอุโมงค์ ทั้งหมดใช้พลังงานไฟฟ้า(เลิศอีกละ)
    นั่งรถบัสขึ้นไปบนยอดเขา วิวสองข้างสมใจนึกสุดๆ ใบไม้สีเหลือง สีแดง สีเขียว สมแล้วที่อยากมาเจอ
    ทุกคนตื่นตาตื่นใจกันหมด ยกเว้นพี่เราดันหลับแล้วก็กรนอีกต่างหากเป็นพฤติกรรมที่เด็กไม่ควรเอาอย่าง
     
     
    พอไปถึงยอดเห็นหิมะอยู่บนยอดเขา จังหวะนี้คนเยอะมากๆๆ อัดกันอยู่ในสถานี อากาศก็ทึมๆ ฝนก็ตก
    วิ่งออกไปถ่ายรูปได้แป๊บเดียวเพราะหนาวมากๆ มือแข็งกดชัตเตอร์ไม่ลง
    พอลงมากินข้าว ข้างนอกจากฝนก็เปลี่ยนเป็นหิมะ หิมะตกจริงๆด้วย เกิดมาครั้งแรกเพิ่งเคยเห็น
    เรากะคิวกะแคร์ออกไปเล่นข้างนอก ลืมหนาวกันไปเลย
     
     
    หลังจากนั้นก็นั่งรถไปขึ้นกระเช้า บนกระเช้าดันอัดกันซะเต็มเลย เราอยู่ตรงกลางมองอะไรไม่ค่อยเห็น
    แต่สัมผัสได้ว่าข้างล่างเป็นต้นไม้สีเหลืองผสมสีแดงผสมสีน้ำตาลบวกหมอกบวกฝน ส่วนข้างบนเป็นหิมะเป็นฟ้าหม่นๆ
    พอมาถึงสถานีข้างล่างออกไปถ่ายรูป มียายญี่ปุ่นมาขอให้ถ่ายรูปหมู่ให้แกหน่อย
    น่ารักดี บอกเราเสร็จก็ไปจัดที่ทางให้แฟนกะเพื่อนแก เราเลยกดไปให้สองแชะ
     
     
     
    ถึงตอนนี้เราว่าทุกคนเริ่มเนือยแล้วอะ แต่ยังไม่หมดเรามีอีกหนึ่งด่านที่ต้องฝ่าฟัน
    สันเขื่อนคุโรเบะทางราบระยะ800เมตร ฝนก็ตก หมอกก็ลง แอบเสียดาย
    พอเดินจนครบก็เป็นอันว่าเหนื่อยโคตรๆ หลังจากนั้นก็ขึ้นรถรอดอุโมงค์
    คนเยอะโคตรแต่ก็ต้องไปเพราะรถมันมีเป็นรอบๆ  พอถึงรถคุณtanakaเท่านั้นละ สลบกันทั้งแถว
     
     
    หลับไปประมาณสองตื่นก็ถึงโรงแรม วันนี้นอนโรงแรมแบบญี่ปุ่นสมัยเก่า(โรงแรมก็เก่าจริง)
    ชื่อโรงแรมเฮอัน มีป้าที่คอยบริการตอนกินข้าว หน้าตาท่าทางได้อารมณ์แบบในการ์ตูนเลย
    กินข้าวเสร็จก็ไปเดินlawson เป็นconbiniหรือconvenience storeบ้านเรานั่นเองเพลินสุดๆ
    แถมรูปหนุ่มหล่อจากทีมเบสบอลในทีวี หล่อจริงๆ