pongta's profile~~ ChoU PonG ThE YaO ~~PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    January 28

    space : พื้นที่

    ใครๆก็อยากมีพื้นที่ให้ตัวเอง ไม่งั้นเราคงไม่ขวนขวายซื้อบ้าน (พื้นที่ทางกาย)
    ไม่พยายามสร้างครอบครัว (พื้นที่ทางใจ) อันนี้คงเป็นแค่สัญลักษณ์บางอย่างเท่านั้น
    แน่นอนเราก็อยากจะให้มีคนมาแชร์พื้นที่กะเรา พื้นที่มันจะไม่ได้โล่งเกินไป
    อีกอย่างในการสร้างพื้นที่ถ้ามีคู่หูอะไรๆก็คงจะง่ายขึ้น
    แต่บางทีเราก็มีหวง แอบหวงพื้นที่เล็กๆของเรา อยากจะเก็บมันไว้คนเดียว
     
    ใกล้ไป ก็ไม่ดี ไกลไป ก็ไม่ดี  เว้นระยะเอาไว้บ้างน่าจะดี
    บางทีเขาอาจจะยังยืนที่เดิม แต่เราต่างหากที่พยายามร่นระยะห่างเอง 
    ที่เป็นอย่างนี้อาจเป็นเพราะตัวเราเองที่ไม่บริสุทธิ์ใจ (555+)
    อย่างนี้ถอยออกมาอีกสักก้าวสองก้าวดีมั้ย
    อย่างน้อยสุดท้ายถ้ามันจะต้องเสียใจ เราจะได้มีพื้นที่เล็กๆไว้เก็บความสุขของเรา
     
     

    ความสุข--นภ ost ความสุขของกะทิ.mp3 - นภ พรชำนิ
     
     
     
    January 20

    เชียงใหม่ในตำนาน : the legend of Chiangmai

    ไปเชียงใหม่ ไปดูคอนเสิร์ตเป็นปีที่สองแล้ว  แต่คราวนี้เรายังไปสร้างตำนานกันอีกด้วย
    ผู้ร่วมสร้างตำนาน : เรา เบนซ์ศิ เบนซ์ภัท ต่าย พี่เป้(อันนี้ขอนับเป็นผู้สนับสนุนการเดินทาง)
    ตำนานการกิน
    เริ่มจาก bake & bite ร้านอาหารเช้าอยู่ในซอยตรงข้ามซอยนิมมาน9 Frenchtoastอร่อยมาก
    ต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวร้านคุณหมอคูซีน อยู่ในซอยนิมมาน17 ก๋วยเตี๋ยวเรือเข้มข้นแต่แพงไปนะ
    เสร็จกำลังจะเดินเข้าที่พักกลับเลี้ยวไปไอเบอรี่ซะงั้น ร้านน่านั่งตกแต่งแปลกดี
    ก่อนไปดูคอนแวะซื้อลูกชิ้นสวนสุขภาพกินกันก่อน อร่อยดีเราชอบโดยเฉพาะลูกชิ้นโง่ๆอร่อยมาก
    จบคอนตอนเกือบเที่ยงคืน นั่งรถแดงไปกินอ๋องทิพย์รส เบนซ์ศิสร้างตำนานกินสามชาม
    ตื่นมาอีกวันกินก๋วยเตี๋ยวที่บ้านไต๋ อยู่ในซอยนิมมาน17 เดินผ่านก็เลี้ยวเข้าไปซะงั้น
    แล้วก็เดินต่อไปกินเค้กร้านมองบลัง เจ้าของเรียนจบมาจากญี่ปุ่น แต่เราว่าเค้กเขายังไม่ผ่านนะ
    หลังกลับมาจากพืชสวนโลก รถติดอยู่หน้าสวนสุขภาพ ก็บอกให้พี่เป้พาไปกินลูกชิ้นกับน้ำส้มซะงั้น
    เแล้วก็ไปต่อกันร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่พี่เป้แนะนำ มีทับทิมกรอบด้วย อร่อยมาก
    ก่อนกลับเรายังไปแวะกินตุ๊กติ๊กกับยำหมูยอที่ร้านนมแถวมอชอ เป็นการปิดท้าย
    ตำนานการดูคอนเสิร์ต :
    เป็นคอนที่ดูเอื่อยๆ เริ่มช้ามากเลย แต่มีอยู่คนที่ได้ใจเราไป แต๊นแต๊นแต๊นนนนนน
    คิววงฟลัวร์ ยังตามมาหลอนจากอาทิตย์ก่อน ...เฝ้ารอจนฝนซา  สุดท้ายก็ว่างเปล่า...
    ตำนานการชมต้นไม้ :
    เดินชมกล้วยไม้ที่สวนแถวแม่ริม  ตามด้วยเรือนกระจกที่สวนพฤกษศาสตร์
    อีกวันก็ไปงานพืชสวนโลก ทั้งสวนนานาชาติและหอคำหลวง
    ตำนานการซื้อของฝาก:
    ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะโดนฝากซื้อของเยอะขนาดนี้เป็นครั้งแรก ไอ้ถุงแคบหมูนั่น
    ทำเอาสร้างความขำแบบลำบากลำบากกันไปตลอดทางเลยทีเดียว
     
    เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเป็นวันที่หดหู่ที่สุดของปี อาจเป็นเพราะ
    เพิ่งผ่านพ้นช่วงx'mas ปีใหม่ ต้องจ่ายค่าบัตรเครดิตเพราะช่วงปีใหม่ เศรษฐกิจไม่ดี
    อากาศก็หนาว งั้นเราขอแถมอีกเหตุผล ก็คือ ยังไปกินที่เชียงใหม่ไม่ครบเลย 555+
     
     
     
     
     
                         
    January 06

    หนึ่งปี

    หนึ่งปีว่าไปก็เหมือนจะนาน เอาเข้าจริงแป๊บๆก็ผ่านไปแล้วสิบสองเดือน เกือบทุกครั้งที่ถึงปีใหม่ เราจะชอบคิดหา New year resolution ตั้งใจไว้ว่าต้องทำนั่นนี่ ผ่านไปไม่กี่เดือน ลืมมันไปหมดแล้ว อะไรๆก็ไม่สำเร็จซักอย่าง  แล้วก็ช่างมันเถอะ  555+ ลองมาทบทวนดูดีกว่า ว่าในหนึ่งปีที่ผ่านมา มันเกิดอะไรกะเราบ้าง

     

    ประเดิมเดือนแรกของปีด้วยเรื่องขุ่นข้องในใจ  น่าเสียดายที่มันจะกลายเป็นต้นเหตุให้ฝันเล็กๆบางอย่างของเราเป็นไปไม่ได้  เวลาที่คนเรามีปัญหาบ้าบออะไรก็ตาม เรามักจะมองว่ามันหนักหนาเสมอ เอาเข้าจริง มันก็เป็นแค่จุดเล็กจุดน้อยในชีวิตเราเท่านั้นเอง  อาจเป็นเพราะเรื่องนี้หรือเปล่า เรารู้สึกว่า  เพื่อนๆรวมทั้งเราเล้นเดินทางขึ้นชัดกันเลยทีเดียว ไปหนาวตายอยู่เกาหลี ไปเชียงใหม่เพื่อดูeleven ไปทีลอซูพบรักกะน้องปีโป้ โดนหลอกไปดูเจี๋ยที่มาเก๊า ไปดำน้ำฝนพร่ำที่ชุมพร ไปทำเท่ห์ที่ผาหำหด  เดินขาลากตามหาลิ้นมังกรสีชมพู ไปขำขำอยู่เสม็ด ไปเปิดหูเปิดตาที่ตุรกี ไปงานแต่งบุรีรัมย์ ไปชิลบุรีกะเพื่อนรัก นี่ ยังไม่รวมที่ไปเที่ยวกะที่บ้านอีกเยอะแยะ เวลาวางแผนจะไปเที่ยวความตื่นเต้นจะมาเยี่ยมเสมอ พอถึงเวลากลับอิดออด พอได้ไปก็จะไม่อยากกลับ พอกลับมาแล้วก็สามารถโม้ไปได้อีกสามวัน มันเป็นอย่างนี้ทุกทีเลยสินะ

     

    อีกอย่างที่เราชอบก็ต้องเรื่องหนัง ดูกะพ่อบ้าง กะคิวแคบ้าง คนเดียวบ้าง กะเพื่อนบ้าง ได้ดูหนังอย่าง Juno หนังที่เป็นเหมือนของขวัญวันเกิดอย่าง Wanted    หนังที่รวมเรื่องของคนโง่อย่าง burn after reading (แอบคิดด้วยอะว่าตกลงคนที่ไปดูนับว่าโง่ด้วยหรือเปล่า 555+)  แถมยังดู Kungfu dunk กะ Kungfu pandaซ้ำสองรอบอีกต่างหาก

     

    ถ้ามีใครถามว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีหรือเปล่า เราคงต้องบอกว่า ยิ่งกว่าดี ได้เจอเจี๋ย ตั้งสามครั้งอะ  ไม่น่าเชื่อเนอะ กรี๊ดดดดดดดดดด โอ๋เล็ก ให้เจี๋ยเป็น man of the year เลยนะ 555+ ครั้งแรกเราเจอกันที่discoveryใช่ป่ะ จำได้ว่าวิ่งแทบตายกว่าจะได้เห็นตัวเป็นๆ แอบอิจฉาเบนซ์ที่ได้เจอระยะประชิด  ครั้งที่สองเราเจอกะเจี๋ยแบบมีระยะห่างในคอนเสิร์ตที่มาเก๊า งานนี้ต้องขอบคุณแบงค์ที่ร่วมเป็นเพื่อนตายไปด้วยกัน ครั้งที่สามเราเจอแบบโคตรบังเอิญที่CTW แบบว่าไปยืนรอนานเหมือนกันแบบเขินๆ พอโบกมือทักเจี๋ยก็ทักตอบ แม่เจ้าโว้ยยยยยยยย มันสุดยอดจริงๆ แบบว่าหายใจไม่ออกเลยอะ  ทุกวันนี้แค่คิดถึงเจี๋ยตอนที่ยิ้มตอบเรายังเขินได้อยู่เลยอะ  (จริงแล้วยังมีอีกอย่าง คือเราได้กอดพี่แชมป์สองทีละ เราหวังว่าเราจะได้กอดเจี๋ยแบบพี่แชมป์บ้างนะ 555+ คราวนี้จะไม่ปล่อยมือเลยละ)  มีอีกอย่างเราได้ของที่มีหน้าเจี๋ยแปะอยู่เยอะมากๆๆๆๆๆ อยากจะบอกว่าเราไม่ค่อยเซอร์ไพรสนะ แต่เราดีใจแล้วก็หวงของมากๆเลย ขอบคุณท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่านนะคะ  我的快乐是你  想你想得都会笑  อีกอย่างที่เหมือนจะไม่เกี่ยวแต่มันก็เกี่ยวกับนะ  มีเพลงเจี๋ยอยู่เพลงที่ชื่อว่า 晴天 เราฟังจนบรรลุเลยอะ ฟังจนสามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้ แถมยังเอามาใช้เป็นเพลงเรียกสติได้อีกต่างหาก

     

    หนึ่งปีที่ผ่านมา บางเรื่องอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ใจเราอยากให้เป็น ในขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถทำทุกอย่างได้อย่างที่ทุกคนต้องการ แต่เราก็สามารถหาส่วนที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้  สุดท้ายคงต้องขอขอบคุณทุกคนที่ดูแลเราเป็นอย่างดี